• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ป๊าตกจากหลังคากระดูกสันหลังหัก

ต่อมา สามีได้งานเป็นช่างทาสีบ้าน รายได้ดีขึ้น มีเงินโทรกลับมาหาลูกได้วันเว้นวัน เขาหวังว่าจะตั้งตัวได้กับงานนี้ เรา 3 คนแม่ลูกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แต่แล้วเหมือนสวรรค์แกล้ง

วันหนึ่งขณะปีนขึ้นไปซ่อมหลังคาเพื่อทาสี เขาโชคร้ายลื่นพลัดตกจากหลังคา ส่วนหลังกระแทกแผ่นปูน กระดูกสันหลังหัก ช่วงล่างขยับไม่ได้ไม่มีใครกล้าช่วย เจ้านายที่เป็นคนไทยส่งเงินให้ 5 เหรียญแล้วทุกคนก็จากไป ทิ้งให้นอนอยู่คนเดียว สามีบอกว่าว้าเหว่มาก ยามนั้นคิดถึงบ้านมากที่สุด มองหาใครที่พอจะพึ่งได้ก็ไม่มี เขานอนนิ่ง รู้ดีว่าถ้ารีบขยับอาจทำให้เป็นอัมพาต ค่อย ๆ กระดิกมือและเท้าทีละส่วน แน่ใจแล้วจึงพลิกตัว แข็งใจคลานไปที่รถ ค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นนั่งบนเบาะ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเหยียบคันเร่งได้จึงค่อย ๆ ขับกลับที่พักอย่างช้า ๆ แวะซื้อยา 1 หลอดทาแก้ปวดหลัง

ถึงที่พักแล้วกลับนอนไม่ได้ ปวดหลังมาก ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ลำบากไปหมด ต่อมาขาหมดแรงเดินไม่ได้ มีไข้สูง หนำซ้ำไม่มีคนหาให้กิน ยิ่งแย่ลงไปอีก คลานไปคลานมาอยู่ในห้องพัก กินเศษขนมปังที่เหลือ จะไปหาหมอก็กลัวจะถูกจับไปขังแล้วส่งกลับบ้าน

ช่วงนั้นเขาบอกว่าท้อมาก ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ญาติพี่น้องก็ไม่มี ท่ามกลางความโหดร้าย เขามีหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก เป็นกำลังใจ และมองรูปลูกเมียที่ยังพอทำให้เขาฮึดสู้ เมื่อเหลือเงินติดกระเป๋าแค่ 30 เหรียญไม่พอจ่ายค่าเช่าห้อง จึงไปขออาศัยนอนที่วัดไทยแล้วออกหางานทำ ทั้งที่หลังยังไม่หายดี ขนข้าวของใส่รถเต็ม หาซื้อผ้าห่มเครื่องกันหนาวมือสองมาใช้ แล้วก็ขับรถไปจอดนอนตามที่ต่าง ๆ

สามีข้าพเจ้าหายไปนานมากไม่โทรกลับบ้าน สามคนแม่ลูกกระวนกระวายใจเป็นห่วงติดต่อก็ไม่ได้ รู้แต่ว่าเขาตกหลังคาและลำบาก ลูกหลับแล้วข้าพเจ้านั่งจับเจ่าอยู่คนเดียว โลกทั้งใบมืดแปดด้าน คิดเป็นห่วงป่านนี้เฮียจะเป็นอย่างไร จะไปนอนที่ไหน จะมีกินมั้ย หรือว่าไปผ่าตัดแล้วไม่บอก ข้าพเจ้าเองปัญหาก็รุมเร้า คดีความก็แพ้ บ้านก็ถูกหมายศาลมาปิดว่ายึดแล้ว ไม่รู้จะพาลูกไปอยู่ไหน เงินทองก็ไม่มี สารพัดเรื่องโถมใส่ข้าพเจ้าแทบตั้งตัวไม่ติด สมองแทบระเบิด จนทนแทบไม่ได้ เครียดมากก็เข้าห้องน้ำเปิดฝักบัวแรง ๆ ราดหัวแล้วร้องดัง ๆ มันก็ช่วยได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว

กลางคืนลูกหลับแล้วข้าพเจ้าผุดลุกผุดนั่ง หลับไม่ลง เริ่มเดินไปเดินมา ในบ้านมันชักแคบ เลยออกไปเดินนอกบ้าน เพื่อนบ้านเห็นก็เริ่มมีคำถามว่าไปไหนมา ไม่รู้จะตอบอย่างไร..อายเขา กลัวร้องไห้ให้คนเขาเห็น จึงเดินออกถนนใหญ่จะได้ไม่เจอคนรู้จัก เดินไปคลายเครียดได้ ข้าพเจ้าจึงเดินไปเรื่อยจากบางหว้ารู้ตัวอีกทีเกือบถึงหนองแขม เพิ่งเข้าใจว่าทำไมคนบ้าเขาเดินได้ไม่รู้จักเหนื่อย เมื่อรู้ตัวว่าเดินไกลแล้วจึงนั่งรถเมล์กลับบ้าน ถึงบ้านอาบน้ำแล้วจึงล้มตัวลงนอนหลับได้ ข้าพเจ้ามีทางออกแล้ว จากนั้นเมื่อไหร่เครียดหนักเข้า ข้าพเจ้าก็จะใช้วิธีเดินออกนอกบ้าน เดินไปไหนก็ได้ที่ไม่มีใครรู้จัก เหนื่อยแล้วก็กลับบ้านนอน

ข้าพเจ้าเคยคิดจะเดินไปให้ถึงหน้าบ้านเจ้าของโรงพยาบาลพญาไท 1 ไปหน้าบ้านของกรรมการแพทยสภา จะไปถามเขาว่าสุขสบายดีมั้ย ไปบอกพวกเขาว่าสิ่งที่พวกเขาทำลงไปจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มันส่งผลให้ครอบครัวข้าพเจ้าเหมือนตกนรกทั้งเป็น จะถามเขาว่ารู้สึกสะใจแค่ไหนที่ได้ฟ้องข้าพเจ้าถึง 2 คดีเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท สุขใจมากมั้ยที่ครอบครัวบริสุทธิ์ครอบครัวหนึ่งเป็นแบบนี้ ต้องมาแตกแยกไปคนละทิศละทาง ประสบความลำบากอย่างแสนสาหัสขนาดนี้ แต่ก็ได้แค่คิดไม่กล้าทำอะไรแบบนั้น ได้แต่ภาวนาว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะสำนึกได้ ข้าพเจ้าก็พร้อมจะให้อภัยหากเขาขอโทษ ในสิ่งที่พวกเขาได้ร่วมกันทำบาปทำกรรม กับครอบครัวของข้าพเจ้า

ชีวิตไม่สิ้นดิ้นต่อไป

ข้าพเจ้าพยายามสร้างขวัญและกำลังใจให้ตัวเอง พยายามเข้มแข็งสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง หลายครั้งที่เราสองคนสามีภรรยาโทรปรับทุกข์กัน ข้าพเจ้าร้องไห้พูดอะไรไม่ออก เพราะรู้ทั้งรู้ว่าเราต่างช่วยอะไรกันไม่ได้เลย นอกจากดูแลจิตใจซึ่งกันและกัน ทั้ง ๆ ที่เขาเจ็บ เขาทุกข์กว่า แต่เขากลับเป็นคนปลอบข้าพเจ้าเสียเอง เขายกเรื่องพระมหาชนกขึ้นมาพูดให้กำลังใจข้าพเจ้าเสมอ ว่าเราสองคนแม้จะมองไม่เห็นฝั่ง เราต้องว่ายไปจนกว่าจะหมดแรง

เราเป็นคู่ทุกข์คู่ยาก ชาตินี้จะทุกข์ยากอย่างไร เราจะอยู่กันจนแก่จนเฒ่า เรามีลูกสองคนที่ยังต้องเติบโตต้องเรียนหนังสือ คือแรงผลักดันให้ต้องมีความรับผิดชอบ ยิ่งไปกว่านั้นน้องเซ้นต์ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมในอนาคตทุกสิบปี แต่ละข้อไม่ต่ำกว่าหลักล้าน หากเราสองคนมีเหตุต้องจากไป เซ้นต์จะเอาเงินมาจากไหนเพื่อรักษาตัวเอง โรคแทรกซ้อนของคนเป็นโรคนี้ที่จะตามมาอีกล่ะ ถ้าไม่อดทนทำให้ลูกวันนี้ วันหน้าลูกจะอยู่อย่างไร

สามีข้าพเจ้าไม่เคยเหนื่อยกับการเริ่มต้นใหม่ เมื่ออาการดีขึ้นบ้างพอช่วยตัวเองได้ เขาจึงไปสมัครทำงานร้านอาหารไทยอีก ปวดหลังมากทำงานช้าก็โดนเจ้านายตำหนิ เพื่อนร่วมงานก็รังเกียจ จึงต้องไปรักษาตัว ที่อเมริกานั้นดีอยู่อย่าง คนเป็นโรบินฮู้ดก็มีหมอรักษาให้โดยไม่จับส่งตม. หมอเอกซ์เรย์บอกว่ากระดูกสันหลังหักต้องผ่าตัด เหลียวมองเตียงข้าง ๆ ที่เขาผ่าเหมือนกันแต่เดี้ยงขยับไม่ได้ สามีไม่ยอมผ่าก่อนกลับหมอให้เสื้อพยุงหลังมา 1 ตัว จึงช่วยประคับประคองร่างกายให้พอทำงานได้ ต่อมาเปลี่ยนไปทำงานขับรถส่งอาหารก็พอมีเงินส่งกลับมาให้ทางบ้านบ้าง

สามีขอร้องไม่ให้ข้าพเจ้าทิ้งลูกออกไปทำงานนอกบ้าน เขาไม่อยากให้ลูกมีปัญหาขาดความอบอุ่น หลิงหลิงเคยชักตอนมีไข้ หมอบอกว่าถ้าชักบ่อยจะปัญญาอ่อน ดังนั้นแม้จะยากจนแค่ไหนสามีบอกว่าขอให้ได้กลับมาเห็นลูกสมบูรณ์ดี ดูแลลูกให้ดี ให้ความอบอุ่นแทนเขา อย่าทิ้งลูกให้มีปัญหา สามีข้าพเจ้าเปลี่ยนงานไปเรื่อย เงินทองที่ได้ก็ตามแต่สุขภาพเขาจะอำนวย ข้าพเจ้าก็พยายามประหยัด งานสุดท้ายก่อนกลับเมืองไทยก็คือขับรถส่งทูโก และช่วยงานในร้านทุกอย่างตั้งแต่ทำความสะอาดพื้น ล้างห้องน้ำ ช่วยแม่ครัว ฯลฯ

ป๊าครับ เมื่อไหร่จะกลับมา เซ้นต์คิดถึงป๊ามากที่สุด พักนี้ผมโดนเพื่อนล้อบ่อยมาก ผมเบื่อโรงเรียนไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อไหร่ป๊าจะกลับมารับผมกับแม่กับหลิงครับ

รักป๊าที่สุดในโลก / เซ้นต์

หลิงหลิงขอให้ป๊ามีความสุข หนูอยากเจอหน้าป๊าไว ๆ คิดถึงป๊ามากด้วย หนูอยากให้ป๊าได้ใบอนุญาตทำงาน หนูไม่อยากให้ป๊ามีโรคภัยไข้เจ็บ ต่าง ๆ นา ๆ

รักป๊า / จากหลิงหลิง


No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ