• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

เครือข่ายทำอะไรบ้าง?

เราช่วยเหลือผู้เสียหายฟรี ให้เงินก็ไม่เอา ข้าวก็ไม่ต้องเลี้ยง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องจำสิ่งที่เราช่วยคุณและช่วยสังคมต่อกันไปอย่านิ่งดูดาย ธรรมชาติของผู้เสียหายฯ ครอบครัวมักล้มระเนระนาด ต้องมีเวลาฟื้นฟูครอบครัวส่วนใหญ่ถ้าตัวเองไม่เสียชีวิตหรือพิการก็ต้อง เลี้ยงลูกหรือญาติที่พิการ หลายรายหลังจากได้รับการชดเชยแล้วถูกขอร้องว่าอย่าไปยุ่งกับเครือข่ายฯ เราก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะเป้าหมายใหญ่คือผลักดันพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ พี่เป็นหลักรับเรื่องร้องเรียน มีเพื่อนสมาชิกช่วยกันทำงานอยู่จำนวนหนึ่ง เวลานัดชุมนุมเราจะออกมาช่วยกันจากทั่วทุกสารทิศงานที่ทำมี 4 เรื่องดังนี้

1.เป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนผู้เสียหายทั่วประเทศ

4-5 ปีแรกเหนื่อยมาก เป็นช่วงแรกที่คนไข้ตื่นตัวลุกขึ้นใช้สิทธิแต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้วิธีการ เราแทบต้องทำให้ทุกอย่าง เช่นเขียนหนังสือร้องเรียน การขอเอกสาร การติดตามเรื่อง แม้กระทั่งการนำคดีความเข้าสู่ศาล พอเริ่มมีประสบการณ์ก็ปรับวิธีทำงานให้เหนื่อยและสิ้นเปลืองให้น้อยลง

1.1.แนะนำวิธีเขียนลำดับเหตุการณ์

การ ทำลำดับเหตุการณ์ที่ดี ควรเรียงลำดับวันเวลาให้ละเอียดแพทย์ที่ปรึกษาจะทำงานง่ายขึ้น การนั่งเล่าแล้วจดบันทึกนั้นเราไม่ทำเสียเวลามาก พี่จะให้ผู้เสียหายส่งอีเมลเล่าเหตุการณ์มาก่อน ใครไม่มีคอมพิวเตอร์ก็ให้ไปใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ต พิมพ์ไม่เป็นก็ให้ลูกหลานพิมพ์ให้หรือจ้างคนพิมพ์ เมื่อพี่อ่านแล้วจะช่วยเรียบเรียงข้อมูลให้ ถ้าข้อมูลไม่ครบจะตั้งคำถามเป็นตัวหนังสือสีแดงส่งอีเมลกลับไปให้เขาเติม เมื่อตอบกลับมาก็จะได้

ข้อมูลที่สมบูรณ์ วิธีการนี้ดีผู้เสียหายมีเวลาทบทวนรายละเอียด เมื่อนำข้อมูลไปใช้กับการร้องเรียน หรือขึ้นศาลก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเขาเอง

1.2.แนะนำวิธีขอคัดถ่ายสำเนาเวชระเบียน

การ เขียนคำร้องขอคัดถ่ายสำเนาเวชระเบียน บางครั้งจำเป็นต้องอ้างข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากขอได้ไม่ง่ายนัก ส่วนมากให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ หลายครั้งก็ส่งอีเมลหรือแฟกซ์ตัวอย่างคำร้องไปให้

1.3.ตรวจเวชระเบียนและชี้มูล

ผู้เสียหายต้องส่งเอกสารข้อ 1.1. และ 1.2. ให้เครือข่ายฯ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แพทย์ที่ปรึกษาเครือข่ายฯ จะอ่านเวชระเบียนและชี้มูลให้ จากนั้นผู้เสียหายฯ ก็จะนำข้อมูลไปประกอบการร้องเรียน, การเจรจาไกล่เกลี่ย หรือแม้กระทั่งนำคดีเข้าสู่ศาลเราจะแนะนำให้ผู้เสียหายเขียนและติดตามเรื่อง ด้วยตัวเอง โดยเราเป็นเพียงพี่เลี้ยง จะทำให้เขาเป็นผู้บริโภคที่เข้มแข็ง กล้าพูด กล้าโต้แย้ง สามารถช่วยคนอื่นในสังคมต่อกันไปได้ เป็นการช่วยที่ยั่งยืนและขยายเครือข่ายได้ทั่วประเทศ เราเองใช่ว่าจะอยู่ยั้งยืนยง

บางคนโอดครวญทำไม่เป็น เราจะพูดให้ได้คิดว่า การหาความเป็นธรรมในเรื่องการแพทย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสู้กันด้วยข้อเท็จจริง อย่าลืมว่าหมอเขามีบันทึกเวชระเบียนเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ คนไข้ก็ควรมีบันทึกของตัวเอง ใครก็เขียนได้ไม่ดีเท่าผู้เสียหายหรือญาติที่อยู่ในเหตุการณ์ นี่เป็นเพียงขันตอนแรก หากไม่ทำด้วยตนเองขั้นตอนถัดไปจะยากยิ่งกว่า ส่วนใหญ่จะเข้าใจแต่ก็มีส่วนน้อยที่ยอมจำนนเพราะเห็นเป็นเรื่องยาก นี่คือจุดอ่อนของผู้บริโภค ที่เคยชินกับการพึ่งพาคนอื่น จึงมักตกเป็นเบี้ยล่างเสมอ

2. ผลักดัน ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ....

การหวังพึ่งหน่วยงานรัฐ ยิ่งเราใช้สิทธิเป็นมากเท่าไหร่ หน่วยงานก็ยิ่งพัฒนาตัวเอง ปกป้องพวกพ้องมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเราหันไปพึ่งศาลจำนวนคดีฟ้องหมอเพิ่มมากขึ้นก็เกิดผลกระทบต่อสังคม เราจึงเรียกร้องให้รัฐตั้งกองทุนชดเชยความเสียหาย โดยคนไข้ไม่ต้องฟ้องหมออีกต่อไป

เคลื่อนไหวนาน 5 ปีสู้กันตามมีตามเกิด เวลาไปฟ้องคดีที่ศาลเราจะช่วยกันถือป้าย ป้ายเราก็เขียนกันเองใช้จนคุ้มกลับหน้ากลับหลัง เอากระดาษขาวแปะกาวแล้วเขียนใหม่เราทำงานกันประหยัดมาก เราทำแบบนี้ซ้ำ เหมือนตัวตลก ถูกคนเยาะเย้ยถากถางว่าไม่มีทางสำเร็จ อวดฉลาด แต่เราก็ไม่เคยฟังเสียง ก้มหน้าก้มตาสู้กันไป จะมีใครมาสู้ให้เราเท่าผู้เสียหายด้วยกันเองเวลาเราไปถือป้ายประท้วงเราไปกันไม่มากแต่เสียงเรามีพลังเพราะเราคือของจริง

จนมีเหตุการณ์ที่ผู้เสียหายในเครือข่ายฯ ใกล้จะชนะคดีก็ถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างหมอกับคนไข้ก็รุนแรงขึ้น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.มงคล สงขลา ท่านจึงสั่งให้ยกร่างพ...คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ....ผ่านกระบวนการต่าง มานานถึง 3 ปีจนจะเข้าสภานิติบัญญัติเดือนสิงหาคม 2553 แต่ก็มีกลุ่มหมอออกมาแต่งชุดดำต่อต้านอย่างที่เป็นข่าวครึกโครม

ตอนนี้ลุ้นทุกวันเมื่อไหร่กฎหมายฉบับนี้จะคลอด คนไข้ไทยจะได้มีที่พึ่งไม่ต้องต่อสู้ให้หมดเนื้อหมดตัวเหมือนพี่ และผู้เสียหายรุ่นแรก อีกแล้ว แม้กฎหมายฉบับนี้จะไม่มีผลย้อนหลังต่อคดีของพวกเรา แต่สังคมได้เราก็พอใจแล้ว เรื่องส่วนตัว..ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็กลายเป็นเรื่องเล็ก เมื่อเทียบกับเรื่องส่วนรวม

3. ช่วยพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย

การ นำผู้เสียหายไปบรรยายและเป็นกรณีศึกษา ให้กับนักศึกษาแพทย์ตามสถาบันต่าง นอกจากทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าชีวิตที่เหลือยังเป็นประโยชน์ต่อสังคมแล้ว ยังทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างแพทย์กับคนไข้มากขึ้น แต่น่าเสียใจอย่างยิ่งที่เรื่องดี เช่นนี้ถูกกีดกันจากอาจารย์แพทย์บางท่านที่ไม่เข้าใจ น้องนักศึกษาแพทย์หลายคนพูดว่าโรงเรียนแพทย์ก็ไม่ใช่ของอาจารย์ทำไมเขาเลือก ที่จะเรียนรู้ไม่ได้ อนาคตเขาก็ต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก องค์การอนามัยโลกบอกว่าการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการเรียนรู้จากความผิดพลาด เราหวังว่าสักวันหนึ่งวงการแพทย์จะเข้าใจ ให้เราได้ทำหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ต่อไป

ครั้งหนึ่งน้องนักศึกษาแพทย์เล่าว่า ขณะที่กรรมการแพทยสภาท่านหนึ่งบรรยายได้พูดว่า "มีอะไรไม่ต้องกลัวเราช่วยกันเต็มที่" น้องหัวใจพองโตว่าวิชาชีพนี้ดีมีคนคอยปกป้อง จึงขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้วันหนึ่งคนในครอบครัวน้องได้รับความเสียหาย ครอบครัวได้รับผลกระทบสูญเสียทั้งความรู้สึกทรัพย์สินเงินทองมากมาย น้องนำเบอร์โทรศัพท์ของกรรมการแพทยสภาท่านนั้นขึ้นมาดู แต่ก็ต้องหยุดคิดว่าจะโทรไปในฐานะอะไร ในเมื่อเขาประกาศว่ามีอะไรเราช่วยกันเต็มที่ ทำให้น้องเข้าใจหัวอกคนไข้มากขึ้นว่าเมื่อเกิดความเสียหาย มันยากแค่ไหนที่จะเอาเรื่องกับหมอ

4. เป็นตัวแทนผู้เสียหาย

ไปให้ความเห็นตามที่ประชุมต่าง เป็นแหล่งข้อมูลให้นักวิจัย และนักศึกษา หรือแม้กระทั่งไปเป็นพยานในศาลให้เพื่อนผู้เสียหาย ฯลฯ

เมื่อได้รับความเสียหายควรทำอย่างไร

1.ขอพบผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพื่อหาทางออกร่วมกัน

2. ขอคัดถ่ายสำเนาเวชระเบียน

3. เขียนลำดับเหตุการณ์เรียงลำดับวันเวลา

4. ส่งเอกสารข้อ 2 และข้อ 3 ขอความช่วยเหลือไปตามหน่วยงานต่าง

อนาคตหากพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ มีผลบังคับใช้ ก็ยื่นเรื่องที่สำนักงานกองทุนเพียงแห่งเดียว


คนไหนท่าทางไม่รู้ทันให้ 5 หมื่น ดูท่าทางรู้มากให้ 1 แสน

คนไหนรู้ทันให้ 1.5 แสน ออกสื่อเพิ่มให้เป็น 2.5 แสน

ฟ้องศาลให้เลย 3 แสน ทำไมทำกับพวกเราแบบนี้

เห็นพวกเราเป็นอะไร มาต่อรองราคาชีวิตพวกเราทำไม?

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ