• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

สิ้นเนื้อประดาัตัว

หลังศาลอุทธรณ์ตัดสินให้แพ้คดีในปี 2545 ครอบครัวระส่ำระสายย่ำแย่ลงไปอีก ข้าพเจ้าท้อแท้มาก หนี้สินมากมาย ข้าวของมีค่าในบ้านขายหมดไม่เหลือเลย บ้านถูกยื่นโนติสบ่อย ๆ ขู่จะยึด ข้าพเจ้าไม่คิดสู้คดีอีก ปิดประตูหน้าต่างหนีหน้าไม่ยอมพบเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเรื่องคดีก็ไมสนใจ โทรศัพท์ถูกตัด ก็ดีไม่ต้องติดต่อใคร บางวันไฟถูกตัด ต้องนั่งพัดวีให้ลูกที่กำลังหลับ สักพักประปามาตัดน้ำ ข้าพเจ้าถึงกับสติแตกวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้า เปล่าไม่ได้ฆ่าตัวตาย ขึ้นไปตะโกนดัง ๆ ให้หายเครียดแล้วก็ลงมาพัดให้ลูกต่อ เราสองคนก็พยายามดิ้นรน แต่ยามที่โชคไม่เข้าข้าง ทำอะไรก็ดูเหมือนจะมืดแปดด้าน พยายามดิ้นแต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดตัว แต่เราก็ไม่หยุดดิ้นรน เราไม่อยากไปรบกวนใคร

สามีข้าพเจ้าพยายามหางานทำ ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่สำเร็จ หลายแห่งเขาบอกว่าคุณสมบัติมากเกินไป อายุมากเกินไป เคยได้เงินเดือนเยอะ ๆ จ้างไม่ไหว ไม่กล้าจ้างถูก ๆ กลัวอยู่ไม่นาน เขาไปทำใบขับขี่แท็กซี่ จะเช่าแท็กซี่ขับให้พอมีรายได้ประทังชีวิต ข้าพเจ้าเองก็คิดหารายได้เช่นกัน แต่ด้วยความที่ไม่มีเงินลงทุนค้าขาย เพื่อนแนะนำให้ไปทำขายตรง เขามีโปรโมชั่นว่าถ้าขายได้ตามเป้าจะได้ไปอเมริกา ข้าพเจ้าอยากไปขายแรงงานเพื่อหาเงินมากอบกู้ครอบครัวและเอาไว้รักษาลูก จึงทุ่มเททำเพียง 4 เดือนก็สำเร็จ แต่เขาเปลี่ยนไปฝรั่งเศสแทน แม้จะผิดหวังแต่ก็ไม่หมดหวัง เพราะยุโรปข้าพเจ้าเคยไปมาแล้ว คงไม่ลำบากที่จะหางานทำ เมื่อไปถึงไม่เข้าประชุม ตั้งใจจะหางานทำ แต่พอโทรกลับบ้านลูก ๆ ร้องไห้ ข้าพเจ้าไม่มีความสุขเลย คิดแล้วคิดอีกจะทำอย่างไรดี ตัวอยากอยู่ แต่ใจกลับบ้านไปหาลูกตั้งนานแล้ว


ข้าพเจ้าปีนบันไดสามร้อยกว่าขั้น ขึ้นไปบนหอคอยโบสถ์นอเทรอดาม ชั่งใจตัวเองมองกลับบ้าน ไปคนเดียวว้าเหว่มาก ป่านนี้ลูกจะเป็นอย่างไรหนอ ใครจะทุบขาให้เซ้นต์ได้ดีเท่าแม่ สุดท้ายตัดใจจากลูกไม่ได้ ตัดสินใจหันหลังกลับบ้านเผชิญความเป็นจริง จะยากดีมีจนแม่ก็จะไม่จากลูกไปไหน

งานสุดท้ายของเรา คือไปรับงานแปลพ็อคเก็ตบุ๊คมาแปล หนังสือ 1 เล่มต้องวางมัดจำ 1 หมื่นบาท จะได้ค่าแปลเล่มละประมาน 1 หมื่นบาท สามีกู้เงินมา 5 หมื่น วางมัดจำเอาหนังสือมา 5 เล่ม คิดว่าเดือนหนึ่งได้ 5 หมื่นเราก็อยู่สบายแล้ว สามีแปลข้าพเจ้าพิมพ์ พอไปส่งงาน บริษัทปิดตัวหอบเงินมัดจำหนีไปหมดเลย จนป่านนี้ก็ยังไม่เคยเจออีกเลย ทิ้งหนังสือไว้ให้ดูต่างหน้า เรื่องหุ้นทั้งนั้น

ในเมื่อปัญหาทุกอย่างมันบีบให้เราต้องดิ้นรน คิดเอาตัวรอด อยากอพยพ สามีเสี่ยงไปขอวีซ่าอเมริกา หลังวันที่ 11 กันยายน ที่เกิดเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเพียงไม่กี่วัน ทั้งที่เงินไม่มีในบัญชีเลยแม้แต่บาทเดียว อาศัยเพียงพาสปอร์ตเก่า ๆ ที่มีประวัติเดินทางเข้า-ออกยุโรปบ่อย ไม่มีประวัติเสีย เขาได้วีซ่ามาอย่างปาฏิหาริย์ เราเองก็งงกันอยู่ว่าได้มาอย่างไร ทั้งที่ช่วงนั้นการขอวีซ่าไปอเมริกายากมาก ๆ

ข้าพเจ้าอาสาดูแลลูก สัญญาว่าจะดูแลลูกให้ดีที่สุดไม่ให้บกพร่อง และจะต่อสู้คดีอยู่ข้างหลังให้มันถึงที่สุด ให้สามีไปหาลู่ทางก่อน แต่เขาทำใจจากลูกไม่ได้ ไปคืนตั๋วเครื่องบินก็หลายครั้ง พยายามยื้อหาทางอยู่เมืองไทย ทำสารพัดอาชีพ แต่ดูรายได้แล้วก็ไม่พอเก็บเป็นค่าผ่าตัดให้ลูกได้แน่ ยื้อได้เกือบปีจนวีซ่าใกล้หมดอายุ แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น จึงตัดใจไปอเมริกา คุณหมอเทพซื้อตั๋วเครื่องบินให้ ระหว่างนั้นข้าพเจ้าเห็นสามีตื่นขึ้นมาดึก ๆ กอดลูกหอมลูกบ่อย ๆ เขาเงียบและถอนหายใจบ่อย ข้าพเจ้ารู้ดี..เป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานใจของเราสองคนเป็นอย่างยิ่ง แต่เราก็พยายามปลอบใจซึ่งกันและกันว่า มันเป็นการจากเพื่อเจอ เพื่อการตั้งต้นชีวิตใหม่ที่สุขสมบูรณ์ เราฝันกันไว้อย่างนั้น เราตั้งใจจะทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้ข้างหลัง เราจะตั้งต้นชีวิตใหม่กันที่อเมริกา

สุขท่ามกลางทุกข์

ก่อนสามีจะจากไปอเมริกา แม้จะทุกข์แค่ไหน เราสองคนก็พยายามทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุด ยามอยู่กับลูกเราต้องลืมเรื่องอื่น ๆ ให้หมด เล่นกับลูก ทำให้ลูกมีความสุข ต้องไม่ให้ลูกมีปัญหาไปกับเราด้วย เวลาอยู่กับลูก ข้าพเจ้าอยากหยุดเวลานั้นไว้ ไม่ให้มันผ่านพ้นไป เพราะรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่ลูกหลับแล้วความทุกข์มันจะกลับมา เวลานั้นธรรมะก็ช่วยได้ไม่มาก ปัญหาต่าง ๆ มันรุมเร้าเสียจนแทบไม่มีเวลาให้คิด...ให้ทำอะไรได้

ดังนั้นทุกภาพถ่าย ที่มีรอยยิ้มของลูก ของแม่ ของป๊า ข้าพเจ้าถือว่าเป็นภาพแห่งความทรงจำที่มีค่าอย่างยิ่ง แม้จะทุกข์ยากอย่างไร ข้าพเจ้าจะพยายามเก็บภาพแห่งความสุขนี้ไว้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีอีกคำว่ความสุข

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ