• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

"ดอกรัก" คดีบุกเบิกของเครือข่ายฯ


ดอกรัก แม่บ้านห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจ.นครสวรรค์ มีลูกชายสองคน ลูกสาวคนเล็กอายุได้ 3 ขวบ สามีอาชีพรับจ้างหาเช้ากินค่ำเช่นเดียวกัน


25 ต.ค. 42

ดอกรักไม่สบาย ไปหาหมอที่คลินิก เมื่อไปถึงแจ้งว่า “คุณหมออย่าลืมนะหนูมีประวัติแพ้ยา” หมอพยักหน้า วินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัด ให้ไปนอนฉีดยาที่เตียง เมียหมอที่ไม่ใช่พยาบาลเป็นคนฉีดให้


หลังฉีดยา มีอาการหน้ามืด หมอให้นอนประมานครึ่งชั่วโมงแล้วให้กลับบ้าน กลับถึงบ้านมีผื่นขึ้นตามตัว คัน น้ำตาไหลตลอดเวลา จึงลงเรือล่องแม่น้ำไปโรงพยาบาล ซึ่งหมอคลินิกตรวจรักษาที่นั่นด้วย ดอกรักแจ้งหมอว่า มีประวัติแพ้ยา ไปฉีดยารักษาไข้หวัดมาที่คลินิก หมอตรวจแล้วสั่งยาให้ไปกินที่บ้าน แต่ดอกรักกลับแพ้ยาอย่างรุนแรงปากเริ่มพองแดงปวดแสบปวดร้อน ตามเนื้อตัวพุพองเหมือนถูกเตารีดนาบ จึงย้อนกลับไปรพ.เดิมอีกครั้ง หมอรับตัวไว้รักษา ฉีดยาพร้อมกับให้น้ำเกลือ


28 ต.ค.42

ตาของดอกรักก็มืดบอดสนิททั้ง 2 ข้าง ร่างกายพุพองเน่าทนทุกข์เวทนาอย่างแสนสาหัส ดอกรักตกอยู่ในโลกมืด ลูกชายสองคนและสามีหนีจากไปทอดทิ้งไม่เหลียวแล เหลือแต่ลูกสาวคนเล็กคอยดูแล เธอไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ มีเพียงรายได้จากประกันสังคมเพียงเดือนละ 2,000 บาทเท่านั้น

ดอกรักพยายามดิ้นรนหาความเป็นธรรม แต่หมอปฏิเสธความรับผิดชอบและท้าทายให้ไปฟ้องร้องเอาเอง

เมื่อร้องเรียนไปที่แพทยสภา ก็บอกว่า”คดีไม่มีมูล” หมอรักษาได้มาตรฐานดีแล้ว


ศาลจังหวัดนนทบุรีสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขจ่ายค่าชดเชย
ให้พี่ดอกรักจำนวน 8 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ย
พี่ดอกรักร้องไห้...ด้วยความดีใจ..แต่ไม่มีน้ำตาไหล
เพราะต่อมน้ำตาถูกทำลายหมดแล้ว

เมื่อไม่มีที่พึ่ง

ดอกรักจำใจฟ้องกระทรวงสาธารณสุข (หน่วยงานต้นสังกัดของรพ.) เรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ดอกรักชนะคดี ได้รับเงินชดเชย 800,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย7.5% ดอกรักขอสธ.ว่าอย่าอุทธรณ์คดีเลย เพราะได้รับความลำบากมามากพอแล้ว หากเลือกได้ก็ขอเลือกเอาดวงตากลับมา จะได้เห็นหน้าลูกและสิ่งรอบๆ ตัว ต้องกราบขอบคุณศาลที่เมตตา


เป็นคดีแรกของเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ที่แพทยสภาชี้ว่า”คดีไม่มีมูล” แต่ศาลพิพากษาให้คนไข้ชนะ ทำเอาวงการแพทย์ปั่นป่วน ดอกรักต้องใช้เวลาเรียกร้องความเป็นธรรมและเป็นคดีความในศาลนานเกือบ 8 ปี



เมื่อเป็นข่าวครึกโครม แพทยสภาไม่ยอมเสียหน้า ออกโรงเรียกร้องให้สธ.อุทธรณ์คดีให้ได้ กระแสสังคมกระหึ่มต้านแพทยสภาอย่างหนัก สุดท้ายสธ.ไม่อุทธรณ์ และพาดอกรักเข้ารักษาดวงตาที่รพ.ใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ


ดอกรักเช่าบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อรักษาตัวต่อเนื่อง อวัยวะภายในไม่ว่าเป็นปอด ลำไส้ หัวใจฯลฯ ไม่เป็นปกติ อันเนื่องจากการแพ้ยา ดอกรักเป็นหอบบ่อย เงินทองที่ได้มาก็หมดไปกับค่าเช่าบ้านและค่าเดินทางเพื่อรักษาตัว และยังต้องส่งเสียลูกสาวคนเล็กที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ม.1



เคราะห์ซ้ำกรรมซัด

หมอตาของรพ.ใหญ่วางแผนจะรักดวงต่าให้ดอกรัก เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรงก่อน แต่ดอกรักกลับแพ้ยารอบที่สอง อาการปางตาย สภาพปอดที่ยังพอเป็นความหวังว่า จะทนต่อการดมยาสลบเพื่อรักษาดวงตานั้นกลับแย่ลงไปอีก บางทีเดือนหนึ่งต้องเข้ารพ.กลางดึก4-5 ครั้งเพราะโรคหอบกำเริบ อันเป็นผลพวงของการแพ้ยา


ดอกรักต้องรักษาตัวอยู่นาน หมอตารพ.ราชวิถีรักษาพี่ดอกรักด้วยวิธีการสมัยใหม่ จนตาพี่ดอกรักข้างหนึ่งมองเห็นแม้จะไม่100% แต่ก็ทำให้พี่ดอกรักได้เห็นหน้าลูก ได้เห็นหน้าฉัน ได้เห็นหน้าทุกคน


กว่าจะได้เข้าเยี่ยม...ก็ผ่านไป...นานนับเดือน
พี่ดอกรักอ้วนขึ้น...มองเห็นบ้าง...แยกสีดอกไม้ได้
วันนั้นพี่มองเห็นหน้าอุ้ยครั้งแรก..พวกเราดีใจกันใหญ่
ความสุขอยู่กับพี่ดอกรักได้ไม่นาน ดวงตาก็มืดดับลงอีก
ต้องผ่าตัดอีกหลายครั้ง ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรักษาดวงตา...ที่ร.พ.ราชวิถี


ดูเหมือนเคราะห์กรรมไม่หมดไป

เมื่อเดือนที่แล้วจูนลูกสาวพี่ดอกรักโทรหาฉัน บอกว่าพี่ดอกรักกระดูกต้นขาหัก นั่งอยูจู่ ๆ มันก็หักดังกร๊อบ พี่ดอกรักต้องเข้ารพ.เพื่อผ่าตัดกระดูกแทบเอาชีวิตไม่รอด นั่นคือผลของการแพ้ยา ช่างรุนแรงจริง ๆ จำชื่อมันไว้นะคะ สตีเว่น จอห์นสัน ซินโดรม ชื่อเพราะแต่ฤทธิ์ของมันช่างร้ายกาจรุนแรง



ดูความเห็นหมอในเว็บไซต์ ต่อคดีพี่ดอกรัก
« ความเห็นที่ #39 เมื่อ: 08/10/05 เวลา 13:20:16

มิตรที่รัก....การที่แพทย์เคลื่อนไหวในปัญหา "สตีเวน จอห์สัน"นั้น ฟามจริง...เป็นแค่เชื้อ"ปะทุ"แห่งความขมขื่นของแพทย์ไทยที่มืดตื้อมาเนิ่นนาน ซึ่งแปลว่า จำต้องได้รับการปัดเป่า(ด่วน) ขมขื่นอะไร(ว่ะ บ๊ะ!...ก้อความไม่ยุติธรรมนะซิ ในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนั้น

กระผมกล่าวย้ำแล้วย้ำอีกว่า แพทย์คือบุคคลที่อยู่ปลายเหตุ ชั่วแต่ต้องมารับเคราะห์กรรมทั้งหมด/ ถูกบีบคอให้ "หมดตัว" / มี "มลทิน" ในสิ่งที่ตัวเองไม่ใช่เป็นผู้ก่อ นี่หรือความยุติธรรม? ปละ...เปล่า ไม่ใช่แน่นอน ตะบันถามว่า แล้วจะแก้ไขยังไง?

ไม่ยาก...ด้วยจิตอันเป็นกุศล กระผมหมอเมืองสยามเห็นว่า คนไทยซึ่งกำลังใจแตกด้วย "ขาดสติ" ในทุกๆด้านอยู่นี้ จึงมีอยู่ทางเดียว (ไม่มีทางอื่น) นั่นคือ จงรีบ"เปิดเสรี"ทางการแพทย์โดยไวที่สุด... ฟัง!...ปล่อยให้ประดาหมอตี๋(บ้า)ขายยา หมอเถื่อน หมอผี สะปง-สปา แพทย์ทางเลือกบ้า ๆ บอ ๆ อะไรเทือกนั้น วิ่งเฮโลโทงเทงออกมาอาละวาดปู้ยี่ปู้ยำให้คนไทยเละตุ้มเป๊ะสักพัก

สนุกล่ะทีนี้!!!.... ครั้นสังคมไทยฉิบหายกันพอสมควรดีแล้ว ผู้คนย่อมบังเกิด "สติ" เมื่อถึงตอนนู้น แพทย์ไทย(ใจดี)ค่อยดอดออกมาให้"ปัญญา"กับสังคม ซึ่งก้อยังไม่นับว่า"สาย" ใช่หรือไม่? กระผมเรียกวิธีนี้ว่า " ปัญหาบอกปัญหา" หรือ "ปัญหาแก้ปัญหา" เข้าใจหรือยัง?

แล้วจะเอาแพทยสภาไปไว้ที่ไหน? เหมือนเดิม!....แพทยสภายังคงดูแลแพทย์มีปริญญายอดวิชา แต่สำหรับพวกผีป่านอกรีตนั้น ไม่ขึ้นกับแพทยสภา ปล่อยให้เป็นเรื่องของอาญาบ้านเมืองโน่น ไม่เกี่ยวอาไร้กับวงการแพทย์ ด้วยไม่ใช่แพทย์มีปริญญา ว่างั้นเถอะ ปัจจุบัน...แพทย์ไทย(ใจดี)ต้องมานั่งขมขื่นกับคนไข้(ส่วนน้อย)ประเภท"โง่เขลา-ปากตลาด-บ้าเงิน" ซึ่งคนไข้บ้า ๆบอ ๆ นี้ โดยพื้นฐานจิตใจ-ปัญญาแล้ว เขามิได้

"ศรัทธา"แพทย์แผนปัจจุบัน ที่ต้องจ้ำมารักษานั้นเพราะไม่มี"ทางเลือก" ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากมา ดังนั้น...การเปิดเสรีทางการแพทย์จะทำให้เกิด " มวยวัดคู่ใหม่"

คือ คนไข้โง่-ปากตลาด-บ้าเงิน จับคู่กับพวกผีป่านอกรีต ซึ่งกระผมเห็นว่าเป็น"คู่มวยวัด" ที่เหมาะเจาะกันดี ครับ!...บ้านเมืองเราเป็นประชาธิปไตย(เต็มใบ)นะครับ ทุกคนจึงมีสิทธิที่จะ "เลือก" พูดให้ชัดแจ๋วคือ คนโง่ก็มีสิทธิที่จะเลือกชะตากรรมหรือเลือกความสุขแบบโง่ ๆ ใช่หรือไม่? ถูกเผง!....ความโง่เขลาเป็นของแสลงของบัณฑิตฉันใดปัญญาก้อเป็นของแสลงสำหรับคนโง่ฉันนั้น ตรงไปตรงมา ทุกคนมี "อาหาร" เป็นของตัวเอง เมื่อถูกบีบให้กินแต่"ของแสลง"อยู่ทุกวี่วัน ความยุ่งยากต่างๆนานาจึงปะทุขึ้น(แย่ชะมัด) กระผมถึงเรียนยืนยันว่า ถ้าจะให้วงการแพทย์อยู่รอดปลอดภัยในสังคมไทย เราจำต้องรีบเปิด"เสรี"ทางการแพทย์ ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม

ส่งโดย: หมอเมืองสยาม 203.118.105.*

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ