• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ถือป้ายประท้วงหน้ารพ.พญาไท 1

ความเสียหายของลูกของครอบครัว มันเกินกำลังที่คนหลังหักอย่างสามี และผู้หญิงสติแตกแทบไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างข้าพเจ้าจะแบกรับไว้ได้โดยลำพัง เราสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปมากพอแล้ว

โรงพยาบาลพญาไท 1 และแพทยสภา
ต้องมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งที่เขาก่อบ้าง

เดิมข้าพเจ้าเป็นคนรักสงบ ขี้ขลาด ขี้อายมาก่อน จึงทำให้ข้าพเจ้ากลัวและสู้อยู่ในเกมมาตลอด จะทำอะไรคิดแล้วคิดอีก จะแจ้งความก็สงสารคุณหมอ จึงสู้แบบสุภาพตามขั้นตอน แต่มันก็ไม่เคยได้ผล บางทีเราสุภาพเกินไปหรือเปล่า หรือเขาใจดำเกินไป ข้าพเจ้ารู้ตัวว่าถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างต้องอกแตกเป็นบ้าเสียก่อนแน่ ๆ

จึงเริ่มคิดและเปลี่ยนวิธีสู้ ความกลัวไม่มีเหลืออยู่แม้แต่น้อย คงถึงเวลาแล้วที่คนไทยอย่างข้าพเจ้าต้องสู้กลางถนน ต้องประท้วงในที่แจ้ง กฎหมายเขาบอกว่าทำในสิ่งที่ถู
กต้องพูดสิ่งที่เป็นเรื่องจริง “ไม่ผิด”

วันหนึ่งส่งลูกไปโรงเรียนแล้ว มีเงินอยู่ร้อยกว่าบาท ไปซื้อแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดสีขาว + ปากกามาเขียนป้าย แต่งตัวรัดกุมใส่ผ้าใบเตรียมวิ่ง มีแผ่นใบปลิวไว้แจก มีขวดน้ำสำหรั
บดื่ม ใส่หมวกกันแดด เรียกรถตุ๊กตุ๊กไปที่หน้าโรงพยาบาลพญาไท 1 วันนั้นเขาฉลองครบรอบ 26 ปีอยู่พอดี มีนักข่าวอยู่ครบข้าพเจ้า ยืนประท้วงอยู่ประมานครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลออกมาห้ามผู้สื่อข่าว เอามือปิดกล้องดูวุ่นวายจนผู้สื่อข่าวโมโห

เขาเอาตำรวจโรงพักพญาไท มาดูแล 1 คันรถ ตำรวจไม่จับข้าพเจ้า เขาคงเห็นใจ จึงยืนเป็นเพื่อน เจ้าหน้าที่ร.พ.พญาไท 1 อ้างว่าเป็นนักข่าว กระชากแขนข้าพเจ้าให้ลงจากฟุตบาธ บอกว่าพอแล้วให้กลับบ้านไป ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นนักข่าวจริงจึงเชื่อ ฝ่ายโรงพยาบาลนัดให้ไปเจรจา ที่ร.พ.พญาไท 3 ผู้บริหารไม่มาแม้แต่คนเดียว เขาให้ฝ่ายรักษาภาพพจน์โรงพยาบาลมาคุย ข้าพเจ้าหวั
งว่าจะเห็นภาพที่เขา ยอมรับว่ามันมีความผิดพลาดบ้าง แล้วขอโทษ รับผิดชอบต่อลูกบ้าง แต่เขากลับถามว่าข้าพเจ้าต้องการอะไร จะไปคุยกับฝ่ายบริหารให้ โรงพยาบาลเป็นบริษัทมหาชนจะทำอะไรก็ยาก ความช่วยเหลืออะไรจะทำได้ต้องผ่านบอร์ด ผ่านการประชุมก่อนเท่านั้น (แล้วทีรับเงินชาวบ้านต้องผ่านการประชุมก่อนหรือเปล่า) สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เงียบเฉยไป

ต่อมาข้าพเจ้าไปประท้วงที่หน้าแพทยสภา

โดนกรรมการแพทยสภาคนหนึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จักว่าเป็นใคร จำได้ว่าใส่สูทสีดำหรูใส่แว่น ผูกเนคไทแต่งตัวดูสะอาดสะอ้าน เป็นผู้ดี ท่านตะคอกข้าพเจ้าว่า “ทำไมทำแบบนี้” พอข้าพเจ้าอ้าปากจะอธิบายเขาไม่ยอมฟัง ท่านโมโหตะคอกต่อว่า “ก็ร้องเรียนเข้ามาสิ!” แล้วก็เดินหนีไป กรรมการที่มาประชุมไม่มีใครสนใจข้าพเจ้าแม้แต่คนเดียว เดินผ่านเหมือนไม่มีข้าพเจ้ายืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ข้าพเจ้ายืนร้องไห้อยู่คนเดียว คนที่เห็นอกเห็นใจกลับเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวง เข้ามาปลอบให้กำลังใจ

จากนั้นเมื่อเจอเหตุการณ์อัดอั้นตันใจ ข้าพเจ้าก็จะใช้วิธีเขียนป้ายไปยืนประท้วง อย่างน้อยก็ได้ระบายความรู้สึกให้เขารับรู้ ได้ผลไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้ทำ

จากวันนั้น..วันที่เซ้นต์ช่วยแม่เลี้ยงน้อง
วันนี้หลิงหลิงโตแล้ว..ช่วยเฮียเซ้นต์กับแม่เตรียมเอกสารร้องขอความเป็นธรรมได้แล้ว


จากใจของลูก ๆ
เขาโตแล้ว..ขอเขียน...ขอถือป้ายประท้วงเอง
ข้าพเจ้าอนุญาต..เขามีสิทธิทวงความยุติธรรมให้กับตัวเอง


หลิงหลิงบอกแม่ว่า วันหนึ่งหากแม่สู้ไม่ไหวหนูจะเป็นคนสู้แทนแม่เองหนูมั่นใจว่าหนูทำได้ เซ้นต์ต้องร้กน้องให้มาก ๆ นะลูกหนูสองคนมีแม่อยู่ในสายเลือด แม่เชื่อว่าลูกทำได้

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ