• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

คำนิยมคุณสารี อ๋องสมหวัง


คนจำนวนมากรู้จัก “อุ้ย” แม่ที่สู้เพื่อลูกชายมายาวนานถึง 20 ปี หรือ “ดลพร” มากกว่า "ปรียนันท์" ชื่อใหม่ที่ตั้งขึ้นด้วยเหตุที่เป็นมงคล แต่ไม่ว่าชื่อใหม่จะเกิดขึ้นด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เชื่อว่าอุ้ยก็อยากใช้ชื่อนี้ เพราะเมื่อไปใช้บริการในโรงพยาบาล อุ้ยไม่อยากให้คุณหมอ คุณพยาบาลทั้งหลายจำชื่อได้ เพราะบางครั้งเพียงเห็นหน้าก็ยังได้รับคำแนะนำให้พาแม่สามีไปรักษาโรงพยาบาลอื่น ทั้งที่เป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาลนั้น หากใช้ชื่อดลพรยังไม่รู้ว่าจะได้รับการรักษาหรือไม่ เหมือนที่ถูกทิ้งให้นอนปวดเมื่อคราวผ่าตัดครั้งสุดท้าย

อุ้ยปรึกษาว่าจะเขียนหนังสือมานาน ก็ได้แต่ให้กำลังใจและแรงเชียร์ ว่า เขียนเลย เขียนเลย และล่าสุดก็ได้ข่าวว่าเขียนเสร็จแล้ว เมื่อได้อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายก็ต้องบอกว่า เป็นหนังสือที่ดี มีคุณค่ามาก เขียนได้ดีทั้งอุ้ยและลูก ให้ทั้งความรู้สึก บรรยากาศการพิทักษ์สิทธิ ความรัก เห็นชีวิตจริงของผู้หญิงที่ต่อ
สู้เพื่อความถูกต้อง ความเป็นธรรมให้กับลูก หนังสือเล่มนี้มีค่าสำหรับทุกคน ทั้งที่ป่วยและไม่ป่วย มีหลักประกันสุขภาพแบบไหนก็ตาม ควรจะได้อ่าน เพื่อจะใช้เป็นแนวทางในการจัดการชีวิตตนเอง

หนังสือเล่มนี้ได้เล่าประสบการณ์การต่อสู้ และการใช้สิทธิของคนธรรมดา “คุณหรือเรา” ในฐานะผู้บริโภคไทยจะต้องพบเจออะไรบ้าง การพูดความจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราว่าโรงพยาบาลทำให้บุคคลอันเป็นที่รักต้องพิการ กลายเป็นการกล่าวร้ายโรงพยาบาลให้ได้รับความเสียหาย ถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมีมูลค่าสูงถึง 300 กว่าล้านบาท เหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ได้รับความทุกข์มากมายเช่นกันในการต่อสู้ของตนเอง เช่น พี่ดอกรัก หรือดญ.ศิริมาศ ที่ต่อสู้จนปัจจุบันเปลี่ยนสถานะเป็นนางสาวไปแล้ว

อุ้ยเป็นตัวอย่างของผู้บริโภค และโดยเฉพาะผู้หญิงภาคเหนือที่สามารถล้มล้างมายาคติเกี่ยวกับการใช้สิทธิได้หลายประการ เช่น คนเหนือไม่อยากมีเรื่องราว ไม่กล้าร้องเรียน แต่ชีวิตจริงการต่อสู้ของอุ้ยได้สะท้อนเป็นอย่างดีว่า คนไทยใช้สิทธิเป็น แต่การใช้สิทธิในปัจจุบัน ได้สร้างความทุกข์เกิดขึ้นระหว่างเส้นทางที่เดิน เชื่อว่าอุ้ยมีความทุกข์ทุกครั้งที่มอง ผมลูก หลัง และขาของลูกชาย และพร้อมที่จะเดินหน้าและทำอะไรก็ได้เพื่อการต่อสู้เหล่านั้น

อุ้ยปรึกษาว่า หนังสือเล่มนี้อยากขายราคา 57 บาท เพราะอยากให้คนไข้ที่ยากจนได้อ่าน และนึกถึงตอนที่ตัวเองไม่มีเงิน อยากอ่านหนังสือแต่ไม่มีกำลังซื้อ แม้จะเล่มละร้อยกว่าบาทก็ตาม

ราคา 57 บาทไม่ได้มีความหมายเพียงราคาถูกเท่านั้น แต่เชื่อว่าผู้หญิงที่ไม่ธรรมดาเช่นอุ้ย คงหมายถึงองค์การอิสระผู้บริโภคตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 ซึ่งควรจะเกิดขึ้นมานาน ตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เกือบ 10 ปี ซึ่งก็เป็นความหวังขององค์กรผู้บริโภค

อุ้ยและคณะเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ที่อยากเห็นองค์การอิสระ ที่ประกอบไปด้วยคณะกรรมการที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่พิสูจน์ถูกผิด และมีกองทุนที่พร้อมให้การชดเชยความเสียหายที่เป็นธรรมหากพบว่ามีความผิดไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างเช่นปัจจุบัน ที่สุดท้ายผู้ป่วยหรือผู้เสียหายก็ต้องฟ้องร้องกันเอาเอง ซึ่งนอกจากจะมีความทุกข์มากมายจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ยังต้องใช้ความอดทนชั้นยอดกับกระบวนการที่ยาวนาน การต่อสู้กับการขอเวชระเบียนที่ได้บ้างไม่ได้บ้าง หาพยานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปให้การในชั้นศาลไม่ได้ และอาจจะยาวนานมากกว่า 20 ปี ดังบทเรียนชีวิตของอุ้ย

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว นอกจากจะได้กำลังใจและพลังในการต่อสู้ ยังพบว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในเมืองไทยยังไม่เป็นจริงและทำได้ยาก ต้องใช้เวลายาวนาน แต่เชื่อว่า เวลาที่ยาวนานนอกจากสร้างทั้งความทุกข์ในการใช้สิทธิของตนเอง ยังได้สะสมความเข้มแข็งและพลังในการต่อสู้เพื่อชัยชนะในอนาคต และหวังว่าวันนั้นของอุ้ยคงจะมาถึงเร็ว ๆ นี้

สารี อ๋องสมหวัง
กัลยาณมิตร มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ