• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

บทความ ปัญหา..หมอกับคนไข้

บทความ (สยามรัฐ, มติชน, บ้านเมือง)
ปัญหา..หมอกับคนไข้ (มกราคม 2549)

ปัญหาวิกฤตระหว่างคนไข้กับหมอนั้น หมออาจโทษว่า คนไข้คาดหวังสูงเกินไป ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงเราคาดหวังสูงเพราะเป็นเรื่องของชีวิต ความเป็นความตาย ความเจ็บ ความพิการ เพราะหากมีใครในบ้านเป็นอะไรขึ้นมาคนหนึ่ง นั่นหมายถึง วงจรชีวิตของทุกคนในครอบครัวต้องเปลี่ยนไป บางครอบครัวถึงกับชีวิตพลิกผัน ผลกระทบมีมากมาย ตั้งแต่สิ้นเนื้อประดาตัว ต้องออกจากงาน ครอบครัวแตกแยก เด็ก ๆ ไม่ได้เรียนหนังสือ กิจการครอบครัวต้องหยุด รายได้ไม่มีฯลฯ

ขณะที่หมอ (ที่ทำผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจ) ก็ไม่ได้รับรู้ถึงความยากลำบากของคนไข้ที่เสียหาย หมอก็ยังคงกลับบ้านกินข้าว นอนหลับ พรุ่งนี้ตื่นมาทำงานต่อ อาจจะรู้สึกผิดในใจเสียใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอะไร เพราะคิดว่าทำดีแล้ว พยายามช่วย ไม่ได้พยายามฆ่าหรือทำร้ายคนไข้ไม่ได้มีเจตนา มีแต่ความหวังดี ซึ่งก็ถูกของหมอ แต่คนไข้จะทำอย่างไร ใครจะมารับผิดชอบ ความเสียหายของทั้งครอบครัวนั้น หากไม่มีคนทักท้วงเรื่องความผิดพลาด วันต่อไปหมอก็อาจจะทำเดิม ๆ กับคนไข้อื่น ๆ ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

ตั้งแต่โบราณนานมาแล้วชาวบ้านรู้สึกเสมอว่าเป็นชนชั้นสองของหมอ หมอคือปัจจัยที่ห้าของชีวิตที่ขาดไม่ได้ทุกคนต้องพึ่งหมอ ดังนั้นแม้หมอจะพูดจาไม่ดี กระทำไม่ดีในบางครั้งก็ต้องทน ไม่ทนจะไม่มีใครรักษา หากหมอไม่พอใจ ขึ้นมาประท้วงลาออก ประท้วงไม่ผ่าตัด ประท้วงไม่รักษา จะทำอย่างไร มันเป็นความอึดอัด ขมขื่นใจที่ชาวบ้านทนกันมานานหลายสิบปี

ดังนั้นพอมีใครลุกขึ้นมาเรียกร้อง จึงได้ใจสังคม เพราะสังคมรู้สึกถูกกดดันมานาน แม้บางครั้งหมอจะบ่นว่าเหนื่อย งานหนัก รายได้น้อย คนไข้เยอะ ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ คนไข้ในสังคมก็เห็นใจไม่น้อย อยากช่วยแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะนั่นเป็นปัญหาของระบบที่ทางกระทรวงต้องแก้ไข คนไข้ไม่สามารถช่วยหมอได้ในเรื่องนี้ จะช่วยได้ก็เฉพาะพยายามดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงจะได้ไม่ต้องไปรบกวนหมอ ไปเพิ่มภาระให้หมอ

แต่......ในเรื่องของความผิดพลาด แล้วมีการทอดทิ้งให้คนไข้เผชิญชะตากรรมนั้น เป็นคนละประเด็นกัน จึงอยากให้คุณหมอทั้งหลายคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง อย่ามองคนไข้ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ของตนเป็นผู้ร้าย และโทษว่าเป็นตัวการทำให้คนไข้อีกหลายคนต้องเจ็บต้องตาย เพราะหมอไม่กล้ารักษาแล้ว อยากให้มองว่า อย่างน้อยก็เป็นการกระตุ้น ให้ทางรัฐบาลหันมามองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันมาจากระบบด้วยส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องมาตรฐานการรักษา
ถ้าไม่มีคนลุกขึ้นมาเรียกร้อง ก็จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จริงอยู่คนไข้บางคนก็งี่เง่าเอาแต่ได้ เรียกร้องในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร หาประโยชน์จากเหตุการณ์ก็มี แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ส่วนใหญ่มองว่าเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไข อาจจะเป็นความเห็นที่หมอมองว่าไม่ถูก มองว่าโง่ มองว่าไม่ฉลาด ก็อาจจะถูกของหมอ แต่สังคมมีคนคิดเช่นเดียวกันนี้หลายสิบล้านคน ถ้าคุณหมอไม่คิดว่าความเห็นนี้จะถูก ก็ทำวิจัยหรือทำโพลดูก็ได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ทุกวันนี้สังคมรู้สึกว่า เข้าไปโรงพยาบาลแล้ว จะได้กลับออกมาในสภาพปกติหรือไม่ ทุกคนหวั่นกันไปหมด คุณหมออาจจะพูดว่าไม่มั่นใจก็ไม่ต้องไปรักษากับหมอ นั่น ก็ทำให้คนไข้รู้สึกว่าเราคือตัวประกัน อย่างไรเสีย....แม้จะไม่พอใจแค่ไหนก็ต้องทน ใจเขาใจเรา บางทีเหตุการณ์ครั้งนี้ หลังจากทะเลาะกันหนัก ๆ แล้ว เราสองฝ่ายอาจจะหันไปคิดทบทวน และมีทางออกร่วมกันบ้าง แต่ต่างฝ่ายต่างต้องช่วยกันกำจัดจุดอ่อนของตัวเองสังคมถึงจะอยู่กันได้ และเราสองฝ่ายอาจจะไม่ต้องรู้สึกถูกกดดัน และต้องทนกันอีกต่อไป

ปรียนันท์(ดลพร) ล้อเสริมวัฒนา
เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ