• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

เมตตาคนไข้ด้วย?


เมตตาคนไข้ด้วย?



21 สิงหาคม 2549เครือข่ายฯ พาผู้ป่วยบุกกระทรวงสาธารณสุข ทวงสิทธิเรื่องเวชระเบียน และเสนอแนวทางแก้ปัญหา 5 ข้อ ผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงฯ อยู่เกือบครบ

ท่านพินิจฯ ส่งเรื่องให้ นพ.เรวัต วิศรุตเวช รองปลัดกระทรวงฯ รับเรื่องไปดำเนินการ
เรื่อง เวชระเบียนปัญหาใหญ่ของผู้เสียหายทางการแพทย์
ที่ท่านรัฐมนตรีเคยรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาให้

เรียน ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
คุณพินิจ จารุสมบัติ ที่นับถืออย่างสูง

หลายครั้งที่มีการประชุม หาแนวทางลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยนั้น สถานการณ์ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่หลังจากนั้นปัญหากลับหนักขึ้นกว่าเดิม ฝ่ายแพทย์กลับมีการกระทำที่ป้องกันปัญหา มากกว่าแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดังต่อไปนี้

1. ปัญหาเรื่องเวชระเบียน ฝ่ายแพทย์ไม่อนุญาตให้ผู้เสียหายถ่ายเอกสาร แพทย์จะ สรุปให้เท่านั้น ซึ่งมักเป็นเท็จขัดต่อข้อเท็จจริง เรื่องนี้เครือข่ายฯ เคยประชุมกับคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร สำนักนายกรัฐมนตรี ทางคณะกรรมการฯ แจ้งว่ากฎหมายระบุไว้อยู่แล้วว่า ผู้ป่วยมีสิทธิรับทราบข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเองในเวชระเบียน จึงมีสิทธิในการขอถ่ายสำเนาเอกสารได้

แต่ในทางปฏิบัติ ฝ่ายแพทย์มักให้ไม่ครบ ดึงส่วนที่สำคัญออก กว่าจะต่อสู้ ตามขั้นตอนเพื่อให้ได้ครบก็ใช้เวลานาน ซึ่งอาจเอื้อให้มีการแก้ไขเวชระเบียน ได้ เนื่องจากกฎหมายไม่มีบทลงโทษทางอาญา หากมีการแก้ไข ทำลาย หรือ ซ่อนเร้นเอกสาร ดังนั้นฝ่ายแพทย์มักไม่เกรงกลัว เช่นกรณีของน.ส.ศิริรัตน์ จั่น เพชร ผู้เสียหายจาก ร.พ.ศิริราช ขอเวชระเบียนไม่ได้ จึงไปฟ้องศาล และศาลออกหมายเรียกถึง 3 ครั้ง แต่ฝ่ายแพทย์กลับเพิกเฉย โดยไม่เกรงต่ออำนาจศาล

2. มีกลุ่มคณะกรรมการแพทยสภาที่เป็นนักกฎหมาย จัดตั้งทีมกฎหมายขึ้นเพื่อช่วย แพทย์ที่ถูกฟ้อง หรือกำลังจะถูกฟ้อง ด้วยการประกาศทางเว็ปไซค์ของแพทย์(ตามสำเนาที่แนบมา) ให้มีการส่งเวชระเบียนเข้าไปให้ทีมกฎหมายตรวจสอบ แต่ในทางกลับกันแพทยสภากลับส่งเสริมให้แพทย์ทำสรุปรายงานให้ผู้เสียหายเท่านั้น ปัจจุบันมีการสนับสนุนให้มีการฟ้องกลับคนไข้กันมากขึ้น อีกทั้งยังมีกรรมการแพทยสภาที่เป็นนักกฎหมาย คอยตามประกบพยานทางการแพทย์ของฝ่ายผู้เสียหายในศาล ทำให้ผู้เสียหายเข้าใจว่า เป็นการใช้อำนาจในการข่มพยานของฝ่ายผู้เสียหายหรือไม่

พวกเราไม่มีใครอยากฟ้องแพทย์ หรือฟ้องกระทรวงสาธารณสุข เพราะในการต่อสู้กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่าทุกด้านนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก พวกเราเห็นใจแพทย์ที่ทำงานหนักรายได้น้อย เห็นใจทางกระทรวงฯ และเข้าใจดีว่าความผิดพลาดเป็นของคู่กันของมนุษย์ แต่หากมีความเสียหายเกิดขึ้น ก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเราเผชิญชะตากรรม หรือถูกบีบบังคับให้รับเงินเยียวยา ที่ไม่เคยเทียบได้กับความสูญเสีย พวกเราต้องการระบบที่เป็นธรรมมารับผิดชอบแทนหมอ ดังที่พวกเราเรียกร้องตลอดมา ระหว่างที่ระบบที่เป็นธรรมยังไม่เกิด ฝ่ายแพทย์ก็ต้องอนุญาตให้พวกเราตรวจสอบได้ ว่าท่านทำอะไรไปบ้างกับชีวิตและร่างกายของเรา ด้วยการอนุญาตให้เราถ่ายสำเนาเวชระเบียนได้โดยไม่มีเงื่อนไข การที่แพทยสภาส่งเสริมให้แพทย์กระทำการดังข้างต้นนั้น เครือข่ายฯ ในฐานะประชาชนผู้เสียหายมองว่า เป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิผู้ป่วยอย่างยิ่ง ผิดวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งแพทยสภาที่ตั้งขึ้นมาเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน

พร้อมกันนี้เครือข่ายฯ ขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้อง ลดปัญหาแพทย์ลาออก ดังต่อไปนี้

1. เวชระเบียน ผู้ป่วยต้องมีสิทธิขอถ่ายสำเนาได้ทันที เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้น ขอให้มีการแก้ไขกฎหมายให้มีบทลงโทษทางอาญา หากมีการแก้ไข ทำลาย หรือซ่อนเร้นเวชระเบียน

2. ขอให้มีการตั้งองค์กรกลาง ที่เป็นที่ยอมรับได้จากทุกฝ่าย ทำหน้าที่พิสูจน์ถูก-ผิด และนำระบบอนุญาโตตุลาการมาใช้ เพื่อพิจารณาการชดเชยที่เป็นธรรม ชดเชยมากน้อยให้ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหาย (ไม่ต้องมีการฟ้องร้องต่อศาล)

3. ขอให้มีการตั้งกองทุนชดเชยความเสียหาย ทั้งของร.พ.รัฐ และร.พ.เอกชน

4. ขอให้นำความผิดพลาดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากองค์กรกลาง ไปทำสถิติและเป็น บทเรียนสอนแพทย์และให้ความรู้กับประชาชน ตามโครงการ Patient for Patient safety ขององค์การอนามัยโลก เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นอีก และที่สำคัญลด ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่ต้องใช้ในการดูแลผู้ป่วยในห้อง ICU ก่อนเสียชีวิตหรือ พิการ ซึ่งคาดว่าเป็นจำนวนเงินมหาศาล

5. นำเงินที่ไม่ต้องสูญเสียไปในแต่ละปี ที่เป็นจำนวนมหาศาล ไปเป็นกองทุนชดเชยความเสียหาย เพิ่มรายได้ให้กับบุคลากรทางการพทย์หรือนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ

ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาไม่ได้ผล เพราะมีการให้เครดิตฝ่ายแพทย์ให้เป็นฝ่ายแก้ปัญหา ซึ่งมักไม่อนุญาตให้ฝ่ายผู้เสียหายมีส่วนร่วม ทั้งที่พวกเราเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ในการประชุมฝ่ายแพทย์มักใช้เวลาพูดนานกว่าและพูดนอกประเด็น จนหมดเวลาการประชุมบางครั้งก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไรเลย

เครือข่ายฯ จึงหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีฯ ให้ความเป็นธรรมกับเครือข่ายฯ ในปัญหาเรื่องเวชระเบียนโดยด่วน เนื่องจากปัญหามีเกิดขึ้นทุกวัน และได้โปรดพิจารณาดำเนินการในเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาทั้ง 5 ข้อที่เครือข่ายฯ เสนอ ให้เป็นจริง เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งฝ่ายแพทย์และผู้ป่วยต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ อย่างสูง
(นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา)
เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ