• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

กรณีศึกษาจากประเทศอังกฤษ


Mr.Don Lucey-ดอน ลูซีย์
“ฟ้องหมอทำเมียตาย...ร.พ.ชดใช้ 29 ล้าน”
(จาก..นสพ.คมชัดลึก)


เหยื่อจากการรักษาผิดพลาดของแพทย์มีอยู่ทั่วโลก เพียงแต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เขายอมรับและรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น "ดอน ลูซีย์" ตำรวจอังกฤษชนะคดีจนโรงพยาบาลต้องชดใช้ค่าเสียหาย ที่ทำให้ภรรยาของเขาเสียชีวิตเป็นเงินถึง 29 ล้านบาท

ปัจจุบันดอนเขียนหนังสือเรื่อง "ผู้หญิงที่ไม่ควรตาย" (The Woman Who Wouldn't Die) ออกเดินทางรณรงค์ไปทั่วโลก เพื่อเตือนสติคนไข้อย่าหลงเชื่อว่า "หมอ" คือผู้วิเศษ ที่ทำทุกอย่างถูกต้อง...ไม่ผิดพลาด และผู้หญิงต้องหมั่นตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา "ดอน" และ "รีเบคคา" ลูกสาว วัย 18 ปี เดินทางมาเมืองไทยตามคำเชิญของเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเพื่อนหัวอกเดียวกัน ที่สำคัญสามารถพึ่งพาข้อมูลทางการแพทย์ที่สำคัญซึ่งกันและกันได้

ดอน เปิดเผยประสบการณ์อันเจ็บปวดจากการไว้วางใจหมอว่า นางคริสติน ลูซีย์ ภรรยาของเขาเป็นพยาบาลทหาร ประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในเมืองสวินดอน (Swindon) ได้ตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก สเมียร์เทสต์ (Smear Test) ทุกปี ตั้งแต่รู้สึกปวดท้องน้อยครั้งแรกเมื่อปี 2524 แต่หมอก็ยืนยันว่าไม่พบอาการผิดปกติ กระทั่งเวลาผ่านไป 3 ปี มีเลือดออกจากช่องคลอด แต่แพทย์ก็ยังคงตรวจไม่พบความผิดปกติเหมือนเดิม

กระทั่งปี 2530 คริสตินตั้งครรภ์และคลอดในปีถัดมา หลังคลอดลูกมีอาการตกเลือดมากผิดปกติ สูตินรีแพทย์อ้างว่าเลือดออกเพราะหัวเด็กกดทับ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และในปีเดียวกันคริสตินได้เช็คร่างกายทำสเมียร์เทสต์อีก 2 ครั้ง แต่แพทย์ก็ยืนยันว่าไม่พบความผิดปกติเหมือนเช่นทุกครั้งก่อนหน้านี้

กลางดึกคืนหนึ่งขณะลูกสาวอายุได้ 8 เดือน ดอน เล่าว่า ภรรยาเกิดอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง และมีเลือดตกเต็มชามขนาดใหญ่ หลังจากส่งโรงพยาบาลและตรวจร่างกายครั้งใหญ่ จึงรู้ว่าภรรยาเป็นมะเร็งปากมดลูกขั้นที่ 2 แล้ว

แม้คริสตินจะทำคีโมหลายครั้งเพื่อรักษาเนื้อร้าย แต่ผลออกมาไม่ดีนัก เซลล์มะเร็งเริ่มแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เป็นเวลากว่า 6 ปี ที่ดอนเฝ้ามองคริสตินด้วยความหวาดกลัวว่าเธอจะจากเขาไป วันที่ 2 พฤษภาคม 2538 คริสตินในวัย 40 ปี ก็จากโลกนี้ไป ขณะอยู่ในอ้อมแขนของดอน !!!

"วันที่ชนะแล้วได้เงินมา 29 ล้านบาท ผมไม่รู้สึกดีใจเลย คิดแต่ว่าควรทำอะไร เพื่อไม่ให้โลกนี้ต้องมีคนสูญเสียแบบผมอีก เลยตัดสินใจเขียนหนังสือเล่าเรื่องความทุกข์ทรมานของคริสติน เป็นอุทาหรณ์ให้คนป่วยและแพทย์ได้รับรู้ ใช้เวลา 3 ปี พอหนังสือเสร็จก็ออกเดินทางโปรโมท และให้คำปรึกษาเรื่องมะเร็งปากมดลูกกับกลุ่มเสี่ยง อยากบอกว่าเราเศร้าเพราะไม่ใช่อยากได้เงิน แต่เศร้าเพราะพวกเขาไม่ยอมรับผิด ตอนแรกผมไม่อยากได้เงิน อยากได้แค่คำขอโทษง่าย ๆ แต่ไม่เคยได้รับเลย" ดอนกล่าว

ฝากให้คิด“ค่าชีวิต...คนไข้ไทย”

ข้าพเจ้าไม่ได้อิจฉา คุณดอน ลูซี่ย์ ที่ได้รับค่าชดเชยสูงถึง 29 ล้านบาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับชีวิตของคนไข้ไทย คดีของพี่ดอกรัก-ตาบอดได้ค่าชดเชย 8 แสนบาท, คดีน้องศิริมาศ-แม่เสียชีวิตได้ค่าชดเชย 6 แสนบาทแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้ว่า....คนเหมือนกัน แต่ทำไมคุณค่าชีวิตถึงไม่เหมือนกัน...?

ข้าพเจ้าไม่เคยลืมพูดเรื่องการชดเชยเชิงลงโทษเสมอ ๆ เมื่อมีโอกาสไปร่วมงานประชุม สัมมนา เสวนา และงานวิจัยต่าง ๆ ไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือไม่ ระยะหลังมานี้หลายคดีได้รับค่าชดเชยมากขึ้นเช่น คดีคุณวิลาวัลย์-สามีเสียชีวิตได้ค่าชดเชย 1.6 ล้านบาท คดีคุณเรืองเดชได้ 3 ล้านกว่าบาท คดีน้องเต๋า-ทำฟันแล้วกลายเป็นเจ้าชายนิทราได้ค่าชดเชยมากที่สุด 4 ล้านบาท (อาจจะมีคดีอื่นที่ได้มากกว่าแต่ไม่เป็นข่าว)

จำนวนเงินชดเชยที่ผู้เสียหายไทยได้รับในแต่ละรายนั้น ไม่อาจเทียบได้กับของคุณดอน ลูซี่ย์ แต่ก็สามารถบรรเทาความทุกข์ได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่อาจชดเชยความเสียหายความสูญเสียในระยะยาวได้ และกว่าจะได้มานั้นก็ไม่ง่ายเลย พวกเราต้องออกแรงต่อสู้อย่างมาก แต่หมอส่วนใหญ่ก็ยังต่อต้าน ไม่พอใจ และต่างก็โกรธแค้นผู้เสียหาย โดยเฉพาะเครือข่ายฯผู้เสียหายว่าเป็นคนเนรคุณหมอ เป็นงูเห่ากับชาวนา และแพทยสภาถึงกับออกโรงออกหน้าในการปกป้องหมอ แทนที่จะคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน ดั่งวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งแพทยสภา

ข้าพเจ้าขอฝากถึงคุณหมอทั้งหลาย ให้คิดถึงใจเขาใจเรา ว่าหากท่านตกอยู่ในสภาพอย่างพวกเรา ท่านตีค่าแขนขาหรือชีวิตของญาติพี่น้องของท่านไว้ที่เท่าไหร่ คนบางคนแม้จะยากจน แต่ชีวิตของเขาก็มีความหมายต่อญาติพี่น้อง ดังเช่นที่พวกคุณหมอทั้งหลายมีเช่นกัน





ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไม่อาจเลือกฐานะและชนชั้นได้


No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ