• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

กลายเป็นแบล็คลิสต์วงการแพทย์

การต่อสู้เพื่อลูก ระยะเวลาที่เนิ่นนานปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ต้องก่อศัตรูรอบด้านขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ รวมทั้งการต่อสู้เพื่อคนอื่นในสังคมด้วย ยิ่งทำให้ครอบครัวข้าพเจ้ากลายเป็นแบล็คลิสต์ของวงการแพทย์ไทยไปโดยปริยาย

เราตกที่นั่งลำบาก ทุกวันนี้จะกิน จะนั่ง จะยืน จะเดิน ต้องระมัดระวังหวาดระแวงไปหมด ห่วงว่าเจ็บป่วยขึ้นมาต้องนั่งช้ำใจกับการถูกหมอไม่อยากรักษา ดังหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกว่าสิทธิของคนในครอบครัวถูกละเมิดอย่างแรง แต่ก็ไม่อยากก่อศึกหลายด้าน นี่คือความขมขื่นของ ครอบครัว “ล้อเสริมวัฒนา”

เหตุการณ์ที่ 1
ปลายปี 2547 ขณะที่สามีตกหลังคาหลังหักอยู่อเมริกา ข้าพเจ้าป่วยเป็นเนื้องอกในมดลูก หมอคนแรกบอกว่าเป็นโรคกระเพาะ แจ้งหมอว่ามีก้อนอยู่ในท้องน้อย หมอบอกคิดมากให้ยามากิน ยิ่งกินยิ่งปวด ไปหาหมอคนที่สองเอกซ์เรย์ดูบอกว่ามีร่องรอยนิ่วแต่หลุดแล้วได้ยามากิน สามวันต่อมาปวดจนแทบขาดใจล้มลงกับพื้น จึงไปหาคุณหมอเทพที่ปรึกษาเครือข่ายฯ ท่านคลำดูมีก้อนจึงทำใบส่งตัวไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง คุณหมอสูติฯ ที่รับตัวข้าพเจ้าไว้บอกว่า “ผมไม่รู้จักหมอคนนี้ (ชื่อคุณหมอเทพในใบส่งตัว) ทำไมต้องมาหาผม” ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ดีแต่ก็ไม่โต้แย้งอะไรเฉยเสีย สุดท้ายส่องกล้องตรวจดูพบก้อนเนื้ออยู่ในถุงน้ำในรังไข่บิดตัวต้องผ่าด่วน หมอบอกว่า ”ไปผ่าที่อื่นก็ได้นะ” ข้าพเจ้าขอร้องให้คุณหมอคนนี้ผ่าตัดให้

เซ้นต์ขวัญเสีย จึงปลอบว่าลูกต้องเข้มแข็งแล้วนะ ถ้าแม่ไม่ฟื้นให้ดูแลน้องให้ดีจนกว่าป๊าจะกลับ ผ่าตัดสามทุ่มเสร็จราว ๆ ตีหนึ่ง คุณหมอเทพอุตส่าห์มาช่วยดูข้าพเจ้าด้วย ตัดมดลูก ปีก รังไข่ ไส้ติ่ง และเลาะพังผืดถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ทางหน้าท้อง

พักฟื้นในโรงพยาบาล 5 วัน ไม่มีหมอมาดูแม้แต่คนเดียว หมอที่ผ่าตัดก็ไม่โผล่มาให้เห็น ถามลูกว่าตอนแม่หลับมีหมอมาหรือเปล่า ลูกบอกว่าไม่มีเลย เขาสองคนเสียใจมากที่หมอไม่มาดูแม่ หมอเวรก็ไม่มีมาสักคน พยาบาลเอายามาให้ตามที่หมอสั่งทางโทรศัพท์ นอกนั้นหน้าที่เช็ดตัวป้อนข้าวป้อนน้ำแม่คือลูกสองคนทั้งสิ้น

เซ้นต์ขณะนั้นอายุ 13 ปีกลับไปรับน้องมานอนเฝ้าแม่ด้วยกัน (ขณะนั้นหลิงหลิงอายุ 8 ขวบ) แผลติดเชื้อปวดมาก ข้าพเจ้ามีไข้สูงจนเพ้อตัวสั่นฟันกระทบกึก ๆ บอกให้พยาบาลโทรเรียกหมอ หมอก็ไม่มา ลูก ๆ กลัวข้าพเจ้าตายเพราะได้ยินข้าพเจ้าพูดบ่อยว่า การติดเชื้อทางกระแสเลือดอาจทำให้ตายได้ จึงโทรไปขอให้คุณหมอเทพมาดูให้ ข้าพเจ้านอนร้องไห้ทุกวัน เสียใจว่าทำไมคุณหมอไม่รู้จักแยกแยะ หากคุณหมอท่านนั้นได้อ่าน กรุณาอย่าด่าเลยว่า “เนรคุณช่วยชีวิตแล้วจะเอาอะไรอีก” ข้าพเจ้าสำนึกในบุญคุณตลอดเวลา ที่ได้ช่วยผ่าตัดให้จนรอดชีวิต แต่การทอดทิ้งคนไข้เช่นนี้คุณหมอทำถูกต้องแล้วหรือ ข้าพเจ้าไม่โกรธคุณหมอท่านนี้ แต่เสียใจว่านี่หรือคือบทเรียนของคนที่ลุกขึ้นเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ลูก..ให้สังคมต้องได้รับ

ครบ 5 วันข้าพเจ้าขอกลับบ้าน พอออกจากโรงพยาบาลแล้ว ได้กลับไปตรวจตามนัด แต่คุณหมอก็ผิดนัดไม่ไปตรวจข้าพเจ้าตามนัดถึงสองครั้งติดกัน ถึงตอนนี้ต่อให้โง่ หรือแกล้งโง่แค่ไหนข้าพเจ้าก็รู้ว่าหมอหนีหน้า ไม่อยากรักษาข้าพเจ้า ผลตรวจชิ้นเนื้อที่ส่งไปตรวจที่โรงเรียนแพทย์ก็ทำให้ไม่ครบ ข้าพเจ้าเลยทำใจตายเป็นตายไม่ต้องตรวจมันแล้ว ชาตินี้ถ้าไม่มีหมอรักษา ก็จะขอกินยาหม้อจนตาย แค่รู้ว่าข้าพเจ้าฟ้องหมอก็พากันรังเกียจข้าพเจ้าถึงเพียงนี้ ทำไมไม่ดูเหตุผลบ้าง

เหตุการณ์ที่ 2
หลิงหลิงเล่นทราย จากนั้นไม่นานเนื้อตัวเป็นรอยจ้ำ ๆ ข้าพเจ้าพาไปหาหมอร.พ.เอกชน
แห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าพอจะดูออกว่าอาจารย์หมอท่านนั้นจำเราได้ ถามว่าเป็นมานานแค่ไหน แล้วสั่งเจาะเลือดตรวจละเอียด วันนั้นข้าพเจ้าต้องกลับไปยืมเงินเพื่อนบ้านมาจ่ายค่ายาและค่ารักษาหลายพันบาท หลายวันผ่านไปอาการไม่ดีขึ้นเป็นมากกว่าเดิม กลับไปหาหมอคนเดิมแต่ท่านไปต่างประเทศ จึงหาหมอท่านอื่นหมอคนที่สองนี้จำข้าพเจ้าได้ท่านบอกว่าเห็นใจเรื่องที่เกิดกับครอบครัว ซักประวัติแล้วบอกว่าหลิงหลิงไม่ได้เป็นอะไรที่น่ากลัว เกิดจากการเล่นทรายอาจมีพยาธิไชเข้ากระแสเลือด ได้ให้ไปซื้อยาถ่ายพยาธิที่ร้านขายยาให้ลูกกินจะได้ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย หากซื้อยาของโรงพยาบาลจะแพง “ขอบคุณที่ยังมีหมอเข้าใจเรา" เสียดายจำชื่อท่านไม่ได้ เพราะมัวแต่ตื้นตันใจที่มีหมอเห็นใจ

เหตุการณ์ที่ 3
อาม่าแม่ของสามีปวดท้องเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ข้าพเจ้ากับสามี (เพิ่งไปออก ”ถึงลูกถึงคน” ได้สองวัน) พาส่งร.พ.เอกชนแห่งหนึ่ง หมอจำเราได้เมื่อตรวจอาม่าแล้วก็สั่งยาแก้ปวดแล้วให้กลับบ้าน อาม่าร้องโอดโอยปวดตลอดเวลา สามีขอร้องว่าให้รับตัวอาม่าไว้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ แต่หมอก็บอกว่าให้ไปโรงพยาบาลอื่นเถอะตอนนี้ไม่มีหมอเฉพาะทาง สามีข้าพเจ้าต้องเรียกน้องชายให้พาไปอีกโรงพยาบาล ซึ่งต้องนำอาม่าเข้าห้องผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีทันที

เหตุการณ์ที่ 4
เมื่อสามีของข้าพเจ้ากลับจากอเมริกามีงานทำแล้ว หลังจากตกหลังคาหลังหักแล้วสุขภาพเขาไม่ค่อยดี เป็นโรคหัวใจโตและน้ำในหูไม่เท่ากัน วันหนึ่่งขับรถไปทำงาน เกิดวูบจึงจอดรถข้างทาง คุณหมอเทพช่วยพาส่งโรงพยาบาล ข้าพเจ้ากับลูกรีบตามไป เห็นสามีนอนพักหน้าซีด หมอในห้องฉุกเฉินมีมากมาย แต่กลับไม่มีหมอมาคุยกับข้าพเจ้าแม้แต่คนเดียว ถามคนไหนก็บอกว่าไม่ได้เป็นคนตรวจ สุดท้ายมีพยาบาลเดินมาบอกว่าถ้ารู้สึกดีขึ้นให้กลับบ้านได้ ไม่มีใครมาอธิบายว่าเขาเป็นอะไร ทำไมถึงให้กลับบ้าน ต้องตรวจอะไรต่อไป ต้องรักษาอะไรอีก สามีข้าพเจ้าบอกว่าอย่าไปรบกวนเขาเลย พาเฮียกลับบ้าน กลับไปตั้งหลักที่บ้าน

เหตุการณ์ที่ 5
ฟันหน้าของเซ้นต์ยื่น สามีให้ข้าพเจ้าพาลูกไปปรึกษาหมอฟันที่คลีนิกแห่งหนึ่ง ว่าจะจัดฟันได้หรือไม่ หลังจากตรวจและวางแผนการจัดฟันแล้ว หมอกลับมอบฟิล์มเอกซ์เรย์ แบบฟัน สำเนาเวชระเบียนคืนให้ข้าพเจ้า บอกว่าอุปกรณ์เครื่องมือที่คลินิกไม่พร้อมให้ไปที่อื่น (ทั้งที่เขาพร้อมคนรู้จักก็จัดฟันที่แห่งนี้หลายคน)

เหตุการณ์ที่ 6
ข้าพเจ้าพาน้องเซ้นต์ไปรักษาโรคผิวหนังที่คลีนิกในห้างสรรพสินค้า วันแรกตรวจเสร็จได้ยามาทา ครั้งที่สองคลินิกให้พบหมออีกท่านตรวจเสร็จสั่งยา พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ถ่ายสำเนาเวชระเบียนให้ ข้าพเจ้างงว่าให้สำเนาเวชระเบียนทำไม หมอบอกว่าเผื่อจะเอาไปรักษาที่อื่นได้ ข้าพเจ้างงเพราะแทบไม่ได้คุยกับหมอและไม่เคยแจ้งหมอว่าจะไปรักษาที่อื่น ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่อยากคิดว่าหมอจะผลักไสเรา จึงถามคนไข้อื่น ๆ ปรากฏว่าเขาทำแบบนี้กับข้าพเจ้าคนเดียวทั้งที่คนไข้แน่นคลีนิก

เหตุการณ์ที่ 7
บ้านทรุดโทรม ข้าพเจ้าติดต่อช่างมาตีราคาเพื่อซ่อม นัดเวลาเรียบร้อย เขาไปเห็นรายชื่อจำเลยที่ข้าพเจ้าแปะติดตามฝาบ้านหลายแห่ง เขาบอกว่าเขามีน้องเป็นหมอ แล้วเขาก็หายหน้าไปเลย

.............

ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ในเว็บไซต์ของบรรดาหมอ ๆ เขามักจะวิจารณ์ข้าพเจ้าในทางเสีย ๆ หาย ๆ ว่าเป็นงูเห่ากับชาวนา คนเนรคุณ ควายตัวเมีย หรือนางปีศาจร้ายวงการแพทย์ ถ้าเลือกได้ข้าพเจ้าต้องสู้หรือไม่ ถ้าสู้แล้ววันหนึ่งต้องเป็นแบบนี้ หมอบางคนโทษว่าข้าพเจ้าต้องมีจิตใจไม่ปกติ เป็นพวกเชื่อฝังใจในสิ่งผิด ๆ ต้องไปเช็คสภาพจิต

ัวอย่างความเห็นหมอบางคนในเว็บไซต์ของหมอ

« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 04/09/06 เวลา 23:06:48 » Fellini-1068.jpg
หัวหน้าเครือข่ายอ่ะนะ ไม่มีอคติ ไม่มีแค้นส่วนตัว นี่รู้จักนาง ดลพร รึเปล่าครับ ต่อไปนี้ต้องจำไว้ ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา = ดลพร ล้อเสริมวัฒนา จำเอาไว้นะครับห้ามลืม
ส่งโดย: Fellini สถานะ: Newbie จำนวนความเห็น: 1658.9.174.*

หัวข้อ 36984: ถามจริงๆ มีใครเคยรักษาคุณดลพรและครอบครัวบ้าง (จำนวนคนอ่าน 826 ครั้ง) « เมื่อ: 09/01/06 เวลา 22:41:31 »
ถามจริงๆ เถอะค่ะว่า เพื่อน ๆ แพทย์มีใครเคยมีประสบการณ์ตรงได้ตรวจรักษาคุณดลพรและครอบครัวมาแล้วบ้างนะค่ะ อยากรู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้างคอยไล่บี้ซักถามโน่นนี่ และคอยจับผิดตลอดเวลาหรือจ้องจะฟ้องหรือเปล่า
ส่งโดย: อยากรู้แต่ไม่อยากเจอ 125.25.23.*

« ความเห็นที่ #3 เมื่อ: 09/02/06 เวลา 00:22:57 »
ถ้ามาเจอผม แล้วมาไล่ซักโน่นนี่ตอนผมต้องตรวจตรวจวันละ 200-300 เคส คงได้คุยกันไม่ถึง 3 นาที และคงไม่ทันได้สังเกตุว่าเธอคือใคร นอกจาก "คนป่วย" (ถ้าป่วยจริงอ่ะนะ) ปล. ผมไม่มี double standard
ส่งโดย: lux สถานะ: Full Member จำนวนความเห็น: 215 203.155.94.129 fwd for 10.122.36.*

« ความเห็นที่ #18 เมื่อ: 09/03/06 เวลา 11:27:32 »
เป็นเรื่อง ที่คงฝังใจเลยไครอยากเจอ โอ้พระเจ้า
ส่งโดย: keath สถานะ: Newbie จำนวนความเห็น: 33 203.155.94.129 fwd for 10.122.12.*

« ความเห็นที่ #21 เมื่อ: 09/04/06 เวลา 17:26:07 »
Ku ไม่รักษาพวก Mung
ส่งโดย: mike 203.155.206.110 fwd for 10.10.15.39, 10.10.4.5, 10.10.4.4, 10.11.100.*

เปลี่ยนชื่อคิดว่าหมอจะจำไม่ได้
เพื่อความสบายใจของข้าพเจ้า ทุกคนในครอบครัวยอมเปลี่ยนชื่อตามที่ข้าพเจ้าประสงค์กันหลายครั้ง แต่วันหนึ่งเมื่อพาลูกไปหาหมอ เขียนชื่อใหม่แต่หมอมองหน้าแล้วถามว่า “คุณไม่ได้ชื่อนี้ชื่อดลพรไม่ใช่หรือ”

ข้าพเจ้าทำใจยอมรับในชะตากรรม จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ชีวิตนี้หากการต่อสู้เพื่อลูกเพื่อสังคมโดยไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนนั้นเป็นการกระทำที่ถูกต้องก็ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีสุขภาพดีแต่หากเมื่อถึงเวลาจะต้อง “หมดอายุขัย” ก็ขอให้กุศลผลบุญนั้นได้ช่วยให้ข้าพเจ้ากับญาติพี่น้อง ได้ไปอย่างสงบโดยไม่ต้องพึ่งหมอ”

ด้วยแรงอธิษฐาน
6 มกราคม 2549
คุณพ่อของข้าพเจ้าอยู่ที่เชียงราย กับคุณแม่ของสามี-อยู่ที่กรุงเทพฯ อายุ 71 ปีเท่ากัน ได้เสียชีวิตอย่างสงบในเช้าตรู่ของวันเดียวกัน เวลาไล่เลี่ยกัน ท่ามกลางความรู้สึกงุนงงของญาติพี่น้องและคนที่รู้จักเป็นอย่างยิ่ง จะโดยบังเอิญหรือไม่..ข้าพเจ้าเท่านั้นที่รู้ ขอบคุณสวรรค์ที่ได้ยินคำอธิษฐานของคนที่หมอเกลียดอย่างข้าพเจ้า (ชีวิต ข้าพเจ้ามักเจออะไร 2 เด้งเสมอ)

คุณพ่อของข้าพเจ้า สิ้นลมอย่างสงบโดยไม่ต้องพึ่งหมอ เช้าตรู่วันที่ 6 ม.ค. 49 ที่เชียงราย
อาม่าแม่ของสามี สิ้นลมอย่างสงบโดยไม่ต้องพึ่งหมอ เช้าตรู่วันที่ 6 ม.ค. 49 ที่กรุงเทพฯ

ห่วงลูกต่อไปใครจะผ่าตัดให้เขา
ลูกยิ่งโตยิ่งใกล้เวลาผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม ภาพความกลัว ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานจากการผ่าตัดในอดีตมันยังฝังอยู่ในใจไม่เคยลืม ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก ขอให้มีปาฏิหาริย์ช่วยให้เซ้นต์หายโดยไม่ต้องพึ่งหมอ ก่อนที่ข้าพเจ้าจะแก่และไม่มีแรงสู้เพื่อเขาอีกต่อไป

วันนี้ครอบครัวถูกหมอต่อต้านหนักอย่างนี้แล้วใครจะยอมเต็มใจผ่าตัดให้ลูก อยากบอกคุณหมอทั้งหลายว่า พวกเราไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณหมอคิด ไม่ต้องเป็นกังวล หรือกระอักกระอ่วนใจที่จะรักษาเรา หากคุณหมอทั้งหลายได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วยังตั้งข้อรังเกียจก็คงห้ามคุณหมอไม่ได้ ทุกวันนี้เราพยายามออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง วันใดหากมีความจำเป็นต้องพึ่งหมอเราจะพยายามพึ่งคุณหมอของเครือข่ายฯ ก่อน หากสุดวิสัย ก็หวังว่าจะพึ่งคุณหมอทั้งหลายได้ หากแม้นท่านไม่ให้พึ่ง ”เราก็จะขอยอมกินยาหม้อจนตาย”

ความเห็นในเว็บไซต์ของหมอ
« ความเห็นที่ #82 เมื่อ: 12/18/05 เวลา 18:52:54 »
เห็นใจ คุณดลพร เห็นใจคนไข้อีกหลายคนที่ถูกกระทำจากความ ไม่ยี่หระของแพทยสภา สงสารนางระวีวรรณ เสตะรัต ที่ถูกหมอหลอกฉีดสารเข้าใบหน้าจนเสียโฉม แล้วแพทยสภายังปล่อยให้คนไข้โดนฟ้อง สงสารคนไข้ที่จังหวัดสระแก้วที่แท้งลูก ขาลีบแล้วยังถูกหมอฟ้อง 209 ล้าน โดยมีนายกแพทยสภาเป็นพยานฟ้องคนไข้ ชื่นชมคุณดลพร ที่สามารถสร้างกระแสการตรวจสอบในวงการแพทย์ ทุกครั้งที่ได้อ่านข่าวคุณแล้ว ทำให้ทราบว่าโลกนี้ยังต้องการคนแบบนี้อีกเยอะ
ส่งโดย: เบื่อความ อยุติธรรม 203.156.138.2 fwd for 192.168.3.91, 203.144.140.*

« ความเห็นที่ #58 เมื่อ: 12/16/05 เวลา 17:23:56 »
ใช่ครับ ผมไม่เข้าใจว่า ถ้ามีคำนำหน้าว่าอาจารย์หรือศาสตราจารย์แล้วทำไมถึงช่วยกันนัก ทั้งทั้งที่ทำผิด ไม่ต้องถูกสอบสวน ก็ยังเห็นออกทีวีกันอยู่ กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอยจริงจริง
ส่งโดย: Prof.Higgins สถานะ: Executive Member จำนวนความเห็น: 915.58.8.185.*

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ