• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

วงการแพทย์กระเทือน-คดีผ่าไส้ติ่งที่ร่อนพิบูลย์-หมอติดคุก

น้องศิริมาศ อายุ 18 ปีเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งได้ แต่หมดโอกาสเรียน เพราะเสียแม่ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้าน แม่มีอาชีพทำข้าวหมกไก่ขายที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง พอมีรายได้ส่งศิริมาศและน้องอีก 3 ได้เรียนหนังสือพี่ชายคนโตไปเป็นทหารเกณฑ์


วันนั้น...แม่บ่นปวดท้อง ศิริมาศขับมอเตอร์ไซค์พาแม่ซ้อนท้ายไปสถานีอนามัยใกล้บ้าน หมอวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ แนะนำให้รีบไปผ่าตัดที่รพ.ชุมชน ศิริมาศพาแม่กลับบ้านอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปรพ.

เมื่อไปถึงรพ.แม่ลงจากรถก็เดินอาด ๆ เข้ารพ. ตามประสาคนที่เคยแข็งแรง แม่บอกหมอว่าไม่อยากผ่าตัดที่นี่ อยากไปผ่าที่รพ.จังหวัด


ผอ.รพ.หัวเราะ พร้อมบอกว่าไม่เป็นไรผ่าไส้ติ่งผ่าง่ายเหมือนผ่าแตง ขณะเดียวกัน..หมอจากสถานีอนามัยตามมาที่รพ.ชุมชนเพื่อมาช่วยผ่าตัดหมอจากสถานีอนามัยเป็นหมอจบใหม่ เป็นผู้ฉีดยาชาเพื่อบล็อคหลังให้แม่



ศิริมาศนั่งรอหน้าห้องผ่าตัด สักพักได้ยินเสียงแม่กรีดร้องอย่างโหยหวนเหมือนวัวถูกเชือด เธอวิ่งเข้าไปดูเห็นแม่นอนนิ่งหยุดหายใจ หมอส่งตัวแม่ไปรพ.จังหวัดอยู่ได้ 16 วันแม่ก็จากไป ไม่มีใครอธิบายว่าแม่เป็นอะไรตาย คนรับผิดชอบก็ไม่มี รพ.ก็ท้าให้ไปฟ้องเอาเอง


หลังแม่ตาย ศิริมาศกับน้องไม่ได้เรียนหนังสือ บ้านแตกไปกันคนละทิศละทาง บ้านกลายเป็นบ้านร้าง ศิริมาศคิดฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้เรียนหนังสือ


เด็กสาวอายุเพียง 18 ปีพาศพแม่มาผ่าชันสูตรที่กรุงเทพฯ ผลบอกว่าไส้ติ่งยังไม่ถูกตัด (ภายหลังทราบว่าแม่เสียชีวิตจากยาชาที่เกินขนาด หมอเพียงลงมีดกรึดเลือดก็เป็นสีดำแล้วจึงเย็บปิดแล้วส่งตัวทันที)


ไปแจ้งความตำรวจไม่รับแจ้งความ อัยการไม่สั่งฟ้องคดี ศิริมาศร้องเรียนทุกหน่วยงานในประเทศไทย แต่ก็ไม่มีคำตอบ


สุดท้ายต้องเอาบารมีศาลเป็นที่พึ่ง ฟ้องกระทรวงสาธารณสุข ศาลชั้นต้นให้ชนะคดีสั่งสธ.จ่าย 6 แสนบาท ศิริมาศไปขอร้องกระทรวงว่าอย่าอุทธรณ์เลย เงิน 6 แสนบาทไม่มากมายเมื่อเทียบกับชีวิตแม่ แต่จะทำให้เธอกับน้องได้เรียนหนังสือ


หลังแม่ตายจาก..บ้านกลายเป็นบ้านร้าง

เด็ก ๆ 5 คนไม่ได้เรียนหนังสือ


สธ.อุทธรณ์เรื่องอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศิริมาศแพ้คดีว่าหมดอายุความทางแพ่ง 1 ปี ทำให้เธอกับน้องหมดโอกาสได้เรียนหนังสือ


จากการร้องเรียนหลายหน่วยงาน ต่อมาอัยการสั่งฟ้องคดีอาญาต่อหมอรพ.คู่กรณี ครั้งแรกมีการติดต่อขอร้องว่าอย่าฟ้องคดีอาญาหมอเลย ศิริมาศบอกว่าให้หมอขอโทษด้วยการทำบุญให้แม่หนูเป็นการขอขมาต่อดวงวิญญาน แล้วหนูจะไปบอกศาลให้ มีการตกลงกันแล้วแต่สุดท้ายก็มีกรรมการแพทยสภาบางคนไม่ให้หมอขอโทษ บอกให้สู้คดีในทางที่ผิด


จนนำไปสู่การพิพากษาจำคุกหมอ 3 ปีไม่รอลงอาญา แต่ศิริมาศขอศาลไม่ให้เอาหมอไปจำคุกระหว่างรอประกันตัวสู้คดี หมอไม่ได้ถูกใส่กุญแจมือและไม่ได้ติดคุกแม้แต่วินาทีเดียว ตามที่มีคนนำไปปลุกปั่นหมอทั่วประเทศจนเกิดความโกลาหลแต่อย่างใด

รัฐมนตรีมงคล ณ สงขลา ทราบเรื่อง จึงสั่งให้นำเงินไปช่วยเหลือศิริมาศกับน้องจำนวน 8 แสนบาท (เท่าที่ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายพร้อมดบ.7.5%) จึงเป็นที่มาของการยุติปัญหาทั้งหมด



เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อน สร้างความตื่นตระหนกให้กับวงการแพทย์ ต่างโกรธแค้นน้องสิริมาศ ว่าโหดร้ายถึงกับจะเอาหมอติดคุก ทั้งที่หมอไม่ใช่ฆาตกร หมอพยายามช่วยชีวิต จนถึงกับเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายไม่ให้ฟ้องอาญาหมอ น้องศิริมาศเหมือนตกเป็นจำเลยของหมอไปทันที วิญญาณของแม่เธอถูกสาปแช่งไม่ให้ไปผุดไปเกิด เธอถูกพวกคุณหมอหมอด่าว่าต่าง ๆ นา ๆ ว่าเป็นสาเหตุทำให้คนไข้อีกหลายคนต้องตาย เพราะหมอไม่กล้ารักษา หมอไม่กล้าผ่าตัดช่วยชีวิตคน กล่าวหาว่าเธอเป็นนางบาป

พวกคุณหมอพยายามทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทีหมอของเครือข่ายฯ ของเราถูกหมอด้วยกันกลั่นแกล้ง ฟ้องว่าไปเบิกความเท็จ ไปรายงานตัวที่ศาลก็ถูกจับไปขัง ต้องประกันตัวออกมาเหมือนกัน พวกเราก็ยังไม่เคยโวยวาย ถือว่าแฟร์ ๆ เราฟ้องพวกคุณได้ พวกคุณก็ฟ้องพวกเราได้เช่นกัน ก็แก้ต่างกันไป ที่น่าแปลกใจ “แพทยสภา” ไม่เคยออกมาปกป้อง หมอเครือข่ายฯเลย ทั้งที่ถ้ามองด้วยใจเป็นธรรมแล้ว หมอของเครือข่ายฯ เป็นหมอที่พยายามปกป้องวิชาชีพแพทย์ด้วยซ้ำไป หมอในเครือข่ายฯ หมอนอกเครือข่ายฯ ต่างกันตรงไหน?

ดูความเห็นหมอในเว็บไซต์
http://www.thaiclinic.com/cgi-bin/wb_xp/YaBB.pl?board=doctorroom;action= display;num=1137333945

ความเห็นที่ #2 เมื่อ: 01/16/06 เวลา 16:16:36 »
การฟ้องอาญาทำเหมือนหมอตั้งใจเอาปืนไปยิงแม่คุณ เป็นการแก้แค้น แต่แค้นผู้ที่ตั้งใจช่วยเหลือ เปรียบเหมือนแม่คุณตกน้ำกำลังจะจมน้ำตายหมอกระโดดไปช่วย แต่ดันลืมใส่เสื้อชูชีพ ก็เลยปล่อยแม่คุณจมน้ำตายไป พอหมอว่ายน้ำถึงฝั่ง คุณก็ฟ้องหมอจะเอาหมอติดคุก เพราะแค้นที่หมอทำไมไม่ช่วย ลืมชูชีพทำไม ลืมดมยา ความแค้นที่อยู่ในใจ เป็นกรรมที่ก่อขึ้น คุณคิดว่าหมอที่เสียเวลาผ่าตัดใส้ติ่ง ตั้งใจสังหารแม่คุณ คุณจึงฟ้องอาญาเอาหมอติดคุก คุณคิดผิดแล้ว เงินร้อนที่ได้มา เดี๋ยวก็หมดไป อย่างง่ายดาย กรรมจะตามสนองเอง ฝากให้ไปอ่านหัวข้อ
ส่งโดย: สิริหมด 203.156.127.*

หมอเสียใจกับความสูญเสียของหนูด้วยจ้ะสิริมาศ ในขณะเดียวกันหมอก็ขอชื่นชมความกตัญญูของหนูนะ ใครผิดใครถูกหมอก็ยังไม่ขอออกความเห็นจ้ะ แต่หมอไม่ชอบกับระบบความยุติธรรมในสังคม ที่หนูไปแจ้งความแล้วเขาก็ไม่รับแจ้งความเพราะเส้นใหญ่ หรืออะไรก็ตามแต่ หมอเห็นด้วยจ้ะว่าทุกอาชีพเท่าเทียมกัน แต่ทำไมคนมีเส้นหรือคนที่เป็นอาจารย์จึงทำอะไรไม่ผิด
ส่งโดย: Prof.Higgins สถานะ: Executive Member 58.8.197.*

1 comment:

คนแข็งแรง said...

บางทีมันก็ตัดสินยากว่าใครผิด หมอก็ไม่ใช่เทวดาจะรักษาให้หายทุกราย ตามทฤษฏีว่าง่าย แต่มีปัจจัยอื่น เครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ๋ สภาพแวดล้อมห้องผ่าตัด ประสบการณ์ ทักษะหมอ ก็ได้ยินหลายครั้งจากคนในวงการแพทย์ยอก ผ่าตัดไส้ติ่งเป็นเรื่องที่ง่าย ขนาดบางคนพูดถึงว่าหมอปิดตาผ่ายังได้ อันนี้ได้ยินมาจริงๆ แต่รู้ว่าเขาพูดเชิงเปรียบเทียบเท่านั้นเอง ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ประสบการณ์ดิฉันเองเจอมาแล้ว เป็นคนแข็งแรง บังเอิญต้องผ่าตัดไส้ติ่งตอนอายุ64ปี ขอจะไปที่รพ ที่คิดว่าพร้อมกว่า แต่หมอก็ไม่ยอมส่งตัว ด้วยเหตุผลว่าเป็นกรณีหมูๆนี่แหละค่ะ ผลคือ หลังผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ ไม่ใช่ไส้ติ่งแตก แผลผ่าตัดอักเสบ สิริระยะการักษา เกือบ 2เดือน ตอนนี้ยังไม่หาย ดังนั้นที่บอกว่าไส้ติ่งเป็นเรื่องหมูๆน่ะ ไม่เชื่อหรอก แต่ก็ไม่โทษหมอนะ เพราะหมอก็ไม่ใช่เทวดาอย่างว่าแหละ เรามันโชคไม่ดีเอง ที่ดันไปปวดไส้ติ่งแถวโรงพยาบาลนั้น นี่แหละสวัสดิการการรักษาที่เป็นของคนไทย

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ