• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ถวายฎีกาขอพระราชทานความเป็นธรรม 5 ครั้ง

ชีวิตนี้ข้าพเจ้าไม่เคยคิดจะไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาทเลยแม้แต่น้อย แต่
เมื่อไม่มีที่พึ่งและเกินกำลังของชาวบ้านธรรมดา
ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจ
“ถวายฎีการ้องทุกข์
ขอพระราชทานความเป็นธรรม”
ต่อสำนักราชเลขาฯ ถึง 5 ครั้งข้าพเจ้าไปตามเรื่องบ้าง ไม่กล้าไปบ่อย จึงไม่ทราบว่าฝ่ายโรงพยาบาลกับแพทยสภาชี้แจงต่อสำนักราชเลขาว่าอย่างไร

จนกระทั่งวันหนึ่งไปขอดูสำนวนที่ฝ่ายโรงพยาบาลฟ้องข้าพเจ้า 100 ล้านที่ศาล ก็เห็นสำเนาฎีกาอยู่ในสำนวน และฝ่ายโรงพยาบาลกล่าวหาว่าข้าพเจ้าหมิ่นศาล

ฝ่ายโรงพยาบาลและแพทยสภาชี้แจงต่อสำนักราชเลขา แต่เลี่ยงไม่พูดถึงข้อเท็จจริง
ไม่รายงานเรื่องการรักษา
ไม่รายงานถึงความผิดปกติของเด็ก
ไม่อธิบายว่าหมอ ร.พ.พญาไท 1 ไม่ผิดอย่างไร
แพทยสภาไม่ผิดอย่างไร
พร้อมอ้างว่าข้าพเจ้าหมิ่นศาลเป็นคนไม่เคารพศาล
เพียรพยายามทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องถึงได้ไม่มีคนช่วย

ข้าพเจ้ารู้สึกคับอกคับใจเป็นอย่างยิ่ง
ว่า บางครั้งในสังคมคนโกหกเก่งมักจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ ข้าพเจ้าจึงมีจดหมายถึง “น.พ.ประมวล วีรุตมเสน”อดีตเลขาธิการแพทยสภาว่า แพทยสภาโกหกข้าพเจ้าโกหกประชาชนได้แต่จะโกหกในหลวงไม่ได้! แต่เขาก็นิ่งเฉยเสียไม่ได้โต้ตอบข้าพเจ้า

จนถึงทุกวันนี้ข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้รับทราบความคืบหน้าจากสำนักราชเลขาแต่อย่างใด เคยไปตามเรื่องเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเรื่องอยู่ในศาลต้องให้เป็นไปตามกระบวนการ

ผู้ใหญ่ใจไม่เป็นธรรม

มีอธิบดีคนหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุข บอกข้าพเจ้าว่า “คุณดลพรวันก่อนผมคุยกับคุณหมอสุรพงษ์ ผอ.พญาไท 1 แล้ว เขาบอกว่าเคยเสนอเงินช่วยคุณแล้ว แต่คุณจะเอาเยอะ ๆ คุณเป็นคนคุยไม่รู้เรื่อง”

ข้าพเจ้าได้ฟังแล้วเศร้าใจที่คนเป็นถึงระดับอธิบดีแต่ฟังความข้างเดียว แถมยังแสดงให้เห็นว่า เชื่อในเครดิตของคนเป็นหมอด้วยกันอย่างออกหน้าออกตา จากวันที่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ทางร.พ.พญาไท 1 ไม่เคยขอโทษ ไม่เคยแสดงความเห็นใจ ไม่เคยเสนอความช่วยเหลือใด ๆ นอกจากการตอบโต้และเอาคืนด้วยการฟ้องกลับ อีกทั้งยังขออำนาจศาลออกคำสั่งปิดปากข้าพเจ้า ไม่ให้พูดเรื่องความไม่ดีของตนเอง และพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของข้าพเจ้า ด้วยการพูดในสิ่งที่ไม่เป็นจริงทั้งสิ้น


หมอเอย หมอไทย(บางคน) ทำอะไรไม่เคยผิด
ช่วยกันปก ช่วยกันปิด หาผิดไม่
แล้วที่เจ็บ ที่พิการ ที่ตายไป
จะหาใคร รับผิดชอบ ตอบ ”ไม่มี”




ชุดเก่งของข้าพเจ้า ใส่บ่อย ๆ เวลาออกไปต่อสู้ให้ลูก
เสื้อนั้นเก่ามอซอไปแล้ว ส่วนรองเท้าขาดไปแล้วหลายคู่
แต่ก็ยังเก็บไว้เป็นที่ระลึก เอาไว้เตือนความทรงจำ
จนเพื่อนผู้เสียหายจำได้ ไปเห็นรองเท้าแบบนี้ที่ไหน
เขาจะพูดล้อกันว่า “รองเท้ารุ่นพี่อุ้ย”

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ