• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ร้องเรียนแพทยสภา แดนสนธยาของคนไข้

แด่..แพทยสภาด้วยความเจ็บปวด

พฤษภกาสรอีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคงสำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวายมลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดีประดับไว้ในโลกา
ความดีก็ปรากฎกิติยศฤาชา
ความชั่วก็นินทาทุรยศยินขจร....!

1. ข้าพเจ้าร้องเรียนจริยธรรมหมอ 3 คน
นพ.สุรพงษ์ อำพันวงศ์ ผอ.โรงพยาบาล
พญ.ยรรยงค์ มังคละวิรัช หมอสูติฯ
นพ.สันติ สุทธิพินทะวงศ์ กุมารแพทย์
แพทยสภาสอบสวนแค่พ.ญ.ยรรยงค์กับน.พ.สันติ แต่ละเว้นไม่สอบสวนน.พ.สุรพงษ์ฯ

2. แพทยสภาดองเรื่องข้าพเจ้านานเกือบ 3 ปี
ตามแล้วตามอีกก็เงียบเป็นเป่าสาก พอข้าพเจ้าฟ้องรพ.พญาไท 1 ตามคำท้า คณะกรรมการ รีบนำเรื่องเข้าพิจารณา โดยไม่ได้หยิบยกเรื่องอายุความขึ้นมาเป็นประเด็น (พรบ.วิชาชีพเวชกรรมบอกว่าต้องร้องเรียนภายใน 1 ปี) เรื่องนี้น่าอับอาย เวลาจะช่วยเพื่อนมองข้ามเรื่องอายุความ แต่พอข้าพเจ้าขอให้รื้อคดีใหม่ กลับยกเรื่องอายุความมาเป็นข้ออ้าง ข้าพเจ้าร้องเรียนปี 2537 สมัยที่ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ เจ้าของโรงพยาบาลพญาไท 1 เป็นรมต.กระทรวงสาธารณสุข และเป็นสภานายกพิเศษ

3. แพทยสภารีบมีมติว่า “คดีไม่มีมูล”
โดยข้าพเจ้าไม่รู้เรื่อง ไม่เคยเรียกไปชี้แจง เมื่อข้าพเจ้าโต้แย้งว่าฟังความข้างเดียว ก็อ้างข้อกฎหมายว่า ไม่เรียกก็ได้หากมีข้อมูลเพียงพอ (ตลกฝืดเด็ก 2 ขวบยังไม่เชื่อ) คนเซ็นจดหมายคือ พ.ญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ซึ่งนั่งเป็นพิธีกรในรายการทีวีคู่กับน.พ.สุรพงษ์ อำพันวงศ์ ผอ.ร.พ.พญาไท 1 คู่กรณีของข้าพเจ้า ช่างเป็นเรื่องบังเอิญอย่างเหลือเชื่อ ที่พญ.ประสบศรีอ้างว่าเลขาธิการแพทยสภาไปต่างประเทศ ต้องรีบเซ็น รอเลขาธิการไม่ได้ ทำราวกับว่าเลขาธิการแพทยสภาไปนานเป็นปี ทางโรงพยาบาลรีบนำมติแพทยสภาไปโชว์ที่ศาลว่า โรงพยาบาลไม่ผิด เห็นมั้ยแพทยสภามีมติออกมาแล้วว่า “คดีไม่มีมูล” ข้าพเจ้างงเพราะยังไม่เคยได้รับจดหมายแจ้งมตินั้นเลย แพทยสภาส่งให้ข้าพเจ้าภายหลัง ทั้งที่ลงวันที่เดียวกัน และข้อความก็ต่างจากที่ส่งให้โรงพยาบาล เห็นโรงพยาบาลสำคัญกว่า ต่อให้มองโลกในแง่ดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำใจได้กับการกระทำแบบนี้ของแพทยสภา

4. น.พ.สันติและพญ.ยรรยงค์ ทำสรุปรายงานเท็จ
โกหกว่าก้อนที่เกิดจากรอยเครื่องดูดเป็นก้อนเนื้อที่ติดตัวมา เบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ไม่รายงานเรื่องความผิดปกติของเด็ก เช่นมีไข้ เม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง น้ำหนักลด สะดือแฉะ ร้องกวน ที่ขัดต่อความเป็นจริงในเวชระเบียน แพทยสภาทีประกอบไปด้วยอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ต่างก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้เรื่องนี้เล็ดรอดไปและเชื่อตามรายงานที่เป็นเท็จนั้น

5.ทำผิดพรบ.วิชาชีพเวชกรรม
เวชระเบียนที่ทางโรงพยาบาลส่งไปให้แพทยสภานั้น ไม่ได้รับรองสำเนาแม้แต่แผ่นเดียว ทั้งที่ในพรบ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 เขาระบุว่าต้องให้รับรองสำเนา ถึงจะเป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือ

6.ความเห็นผู้เชี่ยวชาญหาย
แพทยสภามีจดหมายขอความเห็นไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนชมรม-สมาคมและผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน รวมถึงสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ที่ประกอบไปด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูก ในรายงานการประชุมของแพทยสภามีจดหมายตอบกลับครบถ้วน ยกเว้นคำชี้แจงของสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ซึ่งหากจัดลำดับความสำคัญแล้วน่าจะเป็นความเห็นที่สำคัญที่สุด ข้าพเจ้ามีความสงสัยว่าความเห็นดังกล่าวหายไปไหน

7. ไม่หยิบยกความเห็นที่ควรหยิบยกขึ้นพิจารณา
ชมรมเวชปฏิบัติทารกแรกเกิด ชี้แจงว่า “จากประวัติการคลอดและการรักษาที่ให้มา แสดงว่าอาการผิดปกติของเด็ก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ข้อสะโพกข้างซ้าย ซึ่งผ่านมาทางกระแสเลือด แล้วไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมในระยะแรก อาการผิดปกติจึงมีมากขึ้น” แต่แพทยสภาก็ไม่หยิบยกเรื่องสำคัญนี้ขึ้นพิจารณา แล้วจะขอความเห็นไปทำไม ที่ตลกคือภายหลังข้าพเจ้าเอาหมายศาลไปขอให้ทางชมรมฯ ช่วยไปเบิกความที่ศาลตามที่ชี้แจงต่อแพทยสภา ไม่ได้ขอว่าให้เบิกความเข้าข้างข้าพเจ้า ก็พร้อมใจหลบหน้ากันหมดไม่ยอมรับหมายศาล ให้ข้าพเจ้านั่งรอหลายชั่วโมง แล้วจะให้ข้าพเจ้ารู้สึกดีและรู้สึกอย่างไรไม่ทราบ

8. ไม่ยอมรื้อคดีสอบสวนใหม่
ปี 2545 ข้าพเจ้าขอให้แพทยสภารื้อคดี ของข้าพเจ้าสอบสวนใหม่ เนื่องจากมีข้อมูลใหม่ แต่คณะกรรมการที่มาสอบสวนข้าพเจ้าเพื่อหาข้อมูลใหม่ คือ น.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา – จำเลยของข้าพเจ้า และน.พ.พงษ์ศักดิ์ วัฒนา – สามีของพ.ญ.เทวี วัฒนา – จำเลยของข้าพเจ้า แล้วมันจะได้ข้อมูลใหม่ได้อย่างไร การสอบสวนในวันนั้นก็ทำแบบขอไปที ใครไม่รู้สึกแต่ข้าพเจ้าและเพื่อนที่ไปด้วยกันรู้สึก มีเพื่อนของข้าพเจ้าที่ท่าทางฉลาดมากคนหนึ่ง ถูกกันไม่ให้เข้าไปฟังในห้องด้วยโดยไม่มีเหตุผล

9. ลบรายงานการประชุม
ในการประชุมปี 2545 มีกรรมการแพทยสภาสองท่าน
- น.พ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตเลขาธิการแพทยสภา คณะกรรมการแพทยสภา 9 สมัย 18 ปีติดต่อกัน
- น.พ.ปิยะ เนตรวิเชียร อุปนายกแพทยสภา- ประธานชมรมโรคกระดูกเด็กแห่งประเทศไทย

ให้ความเห็นว่าแพทยสภาตัดสินพลาด มีความผิดพลาดเรื่องการวินิจฉัยล่าช้า ขอให้รื้อคดีสอบสวนใหม่ แต่แพทยสภาไม่ยอมรื้อคดี มิหนำซ้ำนพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ กรรมการแพทยสภา เสนอให้ลบรายงานการประชุม ในส่วนที่เป็นความเห็นของน.พ.วิชัยกับน.พ.ปิยะ ทิ้งเสีย (นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ - นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน แพทย์ท่านนี้ทำงานร่วมกับภรรยา น.พ.อรุณ เผ่าสวัสดิ์ - จำเลยของข้าพเจ้า)

10. ไม่ยอมเซนต์รับรองสำเนารายงานการประชุม
ข้าพเจ้าร้องขอเอกสารรายงานการประชุมแพทยสภา ในส่วนที่เกี่ยวกับคดีของข้าพเจ้าหลายครั้ง แพทยสภาไม่ให้ ข้าพเจ้าร้องเรียนต่อรัฐมนตรีฯ และใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร เขายอมให้ แต่ไม่ครบ แถมยังลบส่วนที่เป็นความเห็นของ นพ.วิชัยและนพ.ปิยะทิ้งเสีย นพ.ประมวล วีรุตมเสน เลขาธิการแพทยสภาไม่ยอมเซ็นรับรองสำเนาให้ ข้าพเจ้าไปตามหลายครั้ง สุดท้ายข้าพเจ้าต้องร้องไห้ก้มลงไปกราบเท้านพ.ประมวลถึงยอมเซ็นให้ พร้อมบอกว่าจะเจรจาให้ แต่อย่าเรียกเยอะ แล้วเรื่องก็เงียบไป

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ