• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ทุกข์.....ทน


ไม่เคยห่างลูกได้เลย....แม้แต่วันเดียว




เผลอไม่ได้...เผลอเป็นล้มคว่ำ
หน้าฟาดพื้น ปากแตก



ทุกข์.....ทน


การอยู่ในเฝือกนาน ๆ ทำให้ลูกหงุดหงิด เห็นเพื่อนวิ่ง ก็วิ่งตามเขาไม่ได้ หลายครั้งข้าพเจ้าต้องเป็นเท้าให้ลูก ด้วยการอุ้มลูกทั้งเฝือกหนัก ๆ วิ่งตามเด็ก ๆ เพื่อให้ลูกมีความสุข สนุกสนานร่าเริง ได้หัวเราะชอบใจ ลืมความเจ็บปวดไปได้ เป็นครั้งคราว ทำอะไรให้ลูกได้ก็ทำ แต่ผลคือข้าพเจ้าเป็นโรคปวดหลังมาจนทุกวันนี้


บ่อยครั้งที่จับลูกยืนพิง หรือนั่งเบาะเอน กลัวลูกเบื่อนอน
พอลูกเห็นเพื่อนวิ่ง ก็ลืมตัวกระดกไปข้างหน้าทั้งเฝือก
ล้มหน้าฟาดพื้น เลือดกลบปาก
ทำให้ข้าพเจ้าอยู่ห่างลูกไม่ได้เลย ไม่เป็นอันทำการทำงาน


เมื่อถอดเฝือก ขาลูกจะเปลี้ย ไม่มีแรง ลีบเล็กทั้งสองข้าง ต้องหัดเดินใหม่ กว่าจะเดินได้คล่อง ต้องอาศัยเวลาและความเอาใจใส่ของพ่อแม่ ทุกอย่างในบ้านตึงเครียดไปหมด ทุกคนต่างได้รับผลกระทบเหมือนโดมิโน่ล้ม หายใจหายคอไม่เคยโล่ง ชีวิตที่คิดว่าตั้งต้นดีมาโดยตลอดต้องมาประสบชะตากรรมกันเช่นนี้ จนเราตั้งตัวไม่ทัน


ระหว่างนี้.....สุขภาพจิตใจของข้าพเจ้า ย่ำแย่ถึงขีดสุด
ซึมเศร้าเหม่อลอย จะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน ก็ไม่มีความสุข


ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะตกอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออก จึงเริ่มหาที่พึ่งทางใจ เข้าหาธรรมะ สวดมนต์ไหว้พระประคับประคองจิตใจ กลัวตัวเองเป็นบ้า กลัวจะไม่มีคนดูลูก พยายามคิดว่าเป็นกรรมเก่าอย่างที่คนรอบข้างบอกให้คิด บางครั้งก็ทำใจได้ บางครั้งก็ทำใจไม่ได้ เพราะในใจคิดอยู่ตลอดว่า


“มัน...ไม่ใช่เรื่องกรรมเก่า
มันเป็นเรื่องของ...คนไม่มีความรับผิดชอบต่างหาก”


ข้าพเจ้าเริ่มหาทางออกใหม่ให้กับชีวิต หันไปทุ่มเทกับการทำบุญอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง สร้างพระ สร้างโบสถ์ จัดผ้าป่า จัดกฐิน ไถ่ชีวิตโคกระบือ ใครชวนทำบุญอะไรไม่เคยพลาด เพื่อลูกเพื่อความสบายใจของตนเอง หมดเงินหมดทองไปมากมาย “ดีกว่าการไปกินเหล้าเมายา” ข้าพเจ้าคิดเข้าข้างตัวเอง


ในที่สุด...การหลงทาง การเข้าหาธรรมะ การทำบุญกุศล
ทำให้ข้าพเจ้ามีสติคิดได้ว่า “ธรรมะคือความถูกต้อง”
สิ่งที่ค้างคาในใจของข้าพเจ้า....เหมือนถูกปลดปล่อย....

ข้าพเจ้าคิดถูกมาตลอด และตัดสินใจวันนั้นเลยว่า
แม่จะเริ่มต้นตามหาความถูกต้อง....
ทวงถามความยุติธรรมให้ลูก
แม้สามีและญาติพี่น้องจะทัดทาน...ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งก็ตาม

ด้วยข้าพเจ้าคือ....ผู้ให้ชีวิตลูก

ดังนั้น....มันคือความรับผิดชอบของ “แม่” ที่พึงมีต่อลูกไปตลอดชีวิต

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ