• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

คำนิยม นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน


อดีตอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพย์ทางเลือก / อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทหลายสมัย / อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หนึ่งในผู้ขุดคุ้ยคดีทุจริตยา / อดีตเลขาธิการแพทยสภา / อดีตกรรมการแพทยสภา 9 สมัย 18 ปีติดต่อกัน ในวงสังคมเป็นที่รับรู้กันว่า ท่านเป็นคนดีของสังคม ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์สุจริต ท่านได้ทิ้งรอยบากไว้ให้ข้าพเจ้าคลำทาง ท่านให้ความเห็นแย้งต่อที่ประชุมกรรมการแพทยสภาว่า กรณีของข้าพเจ้าเป็นคดีที่มีมูล ที่ผ่านมาแพทยสภาตัดสินพลาด มีการเอนเอียงเข้าข้างแพทย์ ท่านเสนอให้รื้อคดีใหม่

.............

เรื่องราวของคุณปรียนันท์ หรือ ดลพร ล้อเสริมวัฒนา และครอบครัว ที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ เคยปรากฏต่อสื่อสาธารณะทั้งโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ครั้งนี้เป็นการเล่าเรื่องราวอีกครั้งในรูปของวรรณกรรม ที่มีทั้งภาพถ่ายและบทกลอนประกอบ

แม้มิใช่นักเขียนหรือนักประพันธ์ แต่คงเพราะคุณปรียนันท์ต้องระทมขมขื่นกับเรื่องราวเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนต้องต่อสู้อย่างไม่ลดละ และมีโอกาสบอกเล่าเรื่องราวต่อหน้าสาธารณะหลายครั้ง สิ่งที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้จึงชัดเจน แจ่มแจ้ง สะท้อนทั้งเหตุการณ์และอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างกินใจยิ่ง แม้การจัดโครงเรื่องของหนังสือจะไม่ใคร่เป็นระบบนัก และฝีมือกลอนจะยังหย่อนและผิดฉันทลักษณ์ไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือดีที่มีคุณค่าสูงเล่มหนึ่ง

สิ่งที่คงจะเป็นคำถามของผู้อ่านจำนวนไม่น้อยคือ เรื่องราวยิ่งกว่านวนิยายของคุณปรียนันท์ที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ เชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด เพราะเป็นการพูดฝ่ายเดียวในเรื่องราวที่เป็นข้อพิพาทกับหลายฝ่าย และเรื่องเหล่านี้ก็ผ่านการต่อสู้ในศาลมาแล้ว โดยคุณปรียนันท์ถูกตัดสินให้แพ้แทบทุกครั้ง

เมื่อเกือบสามสิบปีมาแล้ว ผมมีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่นครั้งแรก ได้อยู่กับคนญี่ปุ่นเป็นเวลาเดือนเศษ คราวหนึ่งมีโอกาสไปพบปะสนทนากับศาสตราจารย์ท่านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ศาสตราจารย์ท่านนั้นพูดถึงคำคำหนึ่งที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่ฟังแล้วก็เข้าใจได้ทันที คำนั้นคือ “ผลแบบราโชมอน” (Rashomon Effect)

ผมเข้าใจความหมายของคำนี้ทันที เพราะเคยดูภาพยนตร์และอ่านเรื่องราโชมอนมาแล้ว ทั้งฉบับที่เขียนดัดแปลงโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และฉบับที่เล่าเรื่องราวจากภาพยนตร์คลาสสิกของ อาคิระ คูโรซาว่า อัจฉริยะนักสร้างภาพยนตร์ชาวญี่ปุ่น

ราโชมอนเป็นเรื่องราวของ ซามูไรคนหนึ่งที่ถูกโจรฆ่าตายขณะพาเจ้าสาวเดินทางผ่านป่าเปลี่ยวโดยมีพระรูปหนึ่งแอบเห็นเหตุการณ์ ผู้ร้ายถูกจับได้และถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในศาล ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทั้งสามคนคือ โจร ผู้หญิง และพระถูกนำไปให้การต่อศาล ซามูไรที่เสียชีวิตไปแล้วก็ถูกนำมาให้การต่อศาลผ่านคนทรง ปรากฏว่าทั้งสี่คนให้การคล้ายคลึงกัน แต่ผิดเพี้ยนกันในสาระสำคัญ โดยทุกคนจะพยายามปกปิดหรือบิดเบือนในส่วนที่เป็นความผิด ความอ่อนแอ หรือสิ่งที่น่าละอายของตนเอง เพื่อให้พ้นผิดหรือได้รับความเห็นใจ ภาพยนต์เรื่องนี้จึงสะท้อนแก่นแท้ของมนุษย์ในฐานะที่เป็นปุถุชน ที่ต่างต้องพยายามเอาตัวรอดไว้ก่อนด้วยการไม่พูดความจริงทั้งหมด หรือบิดเบือนสิ่งที่เป็นความจริงเพื่อประโยชน์ของตัว นี่คือ “ผลแบบราโชมอน” หรือ “Rashomon Effect”

ปัญหากรณีของคุณปรียนันท์ คือ ทั้งคุณปรียนันท์ และคู่กรณี ซึ่งประกอบด้วยแพทย์และผู้เกี่ยวข้องหลายคน ถูกครอบงำด้วย “ผลแบบราโชมอน” หรือไม่ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อต้องบอกเล่าเรื่องราวที่ตนเกี่ยวข้องต่อศาล หรือต่อสาธารณะ รวมทั้งต่อแพทยสภาที่ทำหน้าที่ตุลาการในคดีนี้ด้วย

ในฐานะที่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของคุณปรียนันท์บางส่วน จากการเป็นกรรมการแพทยสภาหลายสมัย ได้มีโอกาสพิจารณากรณีของคุณปรียนันท์ที่เข้าสู่การพิจารณาของแพทยสภาหลายขั้นตอน ทั้งในการพิจารณาครั้งแรก และเมื่อมีการพิจารณาทบทวนอีกครั้ง รวมทั้งได้ไปเป็นพยานคดีเรื่องนี้ในศาลด้วย ผมมีโอกาสได้ตรวจสอบ ทบทวน หลักฐานจำนวนมากที่อยู่ในเวชระเบียนหนาปึกของคนไข้รายนี้โดยละเอียดหลายรอบ ผมสรุปได้ว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการฝากครรภ์ การคลอด และการดูแลคนไข้เด็กรายนี้ คุณปรียนันท์พูดความจริงโดยสุจริตทั้งสิ้น

· คุณปรียนันท์ตั้งครรภ์แรก และไปฝากครรภ์กับแพทย์ตามนัดโดยสม่ำเสมอ โดยแพทย์ที่ดูแลเป็นผู้เชี่ยวชาญทางสูตินรีเวช

· เมื่อเจ็บท้องคลอดคุณปรียนันท์เข้าโรงพยาบาล แพทย์สั่งให้ยาเร่งคลอด (Syntocinon) โดยไม่ปรากฏว่าได้ทำการตรวจครรภ์คนไข้ก่อนเพราะติดดูแลคนไข้รายอื่น

· ต่อมาเมื่อใช้ยาเร่งคลอดไม่ได้ผล แพทย์ถูกตามไปดูคนไข้และได้ตัดสินใจช่วยคลอดโดยใช้เครื่องดูดดึงเด็ก (Vacuum Extraction) แต่ไม่สำเร็จ แพทย์บันทึกว่าเด็กอยู่ในท่าผิดปกติ หงายหน้าแทนที่จะคว่ำหน้า (Occiput Persistent Posterior หรือ OPP) ซึ่งกรณีดังกล่าวจะทำให้คลอดยาก หรือคลอดทางช่องคลอดไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นครรภ์แรก และเด็กตัวโตกว่าปกติมาก

· แพทย์ตัดสินใจผ่าตัดทำคลอด (Caesarean Section) ปรากฏว่าเด็กตัวโตค่อนข้างมาก น้ำหนักถึง 4,050 กรัม (ปกติน้ำหนักเด็กแรกคลอดเฉลี่ย 3,000 กรัม)

· หลังคลอดเด็กตัวเหลืองมาก ซึ่งอาจเป็นผลจากการคลอดยากหรือจากยาเร่งคลอด หรืออื่นๆ ปกติถ้าเด็กเหลืองไม่มาก จะหายได้โดยการใช้แสงไฟฟ้าส่อง แต่รายนี้เหลืองมากหากทิ้งไว้เด็กอาจพิการ กุมารแพทย์ต้องทำการรักษาโดยการเปลี่ยนถ่ายเลือดให้ (Exchange Blood Transfusion) ซึ่งในเด็กแรกเกิดจะทำผ่านทางหลอดเลือดที่สายสะดือ

· ต่อมาเด็กมีอาการของการติดเชื้อ เพราะมีไข้ สะดือแฉะ ร้องกวนมาก ตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวสูงมาก แต่แพทย์มิได้ให้ยาปฏิชีวนะ มีการเจาะเลือดเพื่อเพาะเชื้อ แต่ไม่ทันทราบผลก็อนุญาตให้จำหน่ายออกจากโรงพยาบาล (ผลเลือดส่งมาหลังจากนั้น 3 วัน) เชื่อว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นขณะทำการเปลี่ยนถ่ายเลือดผ่านทางสายสะดือ

· การติดเชื้อและไม่มีการดูแลรักษาอย่างถูกต้องทันการณ์ตั้งแต่แรกคลอด ก่อผลร้ายแรงตามมา ทำให้ข้อสะโพกเด็กติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเด็กไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมและทันการณ์โดยต่อเนื่อง ทำให้ข้อสะโพกข้างนั้นถูกเชื้อโรคทำลายจนสลายไป กลายเป็นความพิการและทุกข์ทรมานกับคนไข้และเป็นปัญหาเรื้อรังของเด็กไปตลอดชีวิต

คุณปรียนันท์ได้พยายามแก้ไขเยียวยาให้ลูก แต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดจึงมีการฟ้องร้องต่อศาล และต่อแพทยสภา

คุณปรียนันท์แพ้คดีในศาลแทบทุกคดี เพราะเหตุสำคัญคือ คดีหมดอายุความ ส่วนแพทยสภาตัดสินให้เป็น “คดีไม่มีมูล”?

ในที่สุดเรื่องราวของคุณปรียนันท์ และครอบครัวจึงปรากฏต่อสาธารณะหลายครั้งหลายหน

ในด้านหนึ่งคุณปรียนันท์ กลายเป็นตัวแสบ หรือนางปีศาจร้ายที่ “เล่นไม่เลิก” แต่ในอีกด้านหนึ่ง คุณปรียนันท์กลายเป็นตำนานของการต่อสู้ที่ยืนหยัดหัวชนฝา ซึ่งมีความละม้ายคล้ายคลึงกับ ดอนกิโฆเต้แห่งลามันช่า อัศวินที่สู้กับกังหันลม ในอมตนิยายเรื่องยิ่งใหญ่ของ เซร์บันเตส นักประพันธ์เอกของสเปน หรือบางคนอาจนึกถึงวีรสตรีอย่างโจนออฟอาร์ค

มีคำพังเพยจีนอยู่บทหนึ่งว่า
“การที่น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งหนาถึง 3 ฟุตนั้น
มิได้เกิดจากความเหน็บหนาวในวันเดียว”

เรื่องราวที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้ เป็นคำอธิบายอย่างดีว่า ทำไมคุณปรียนันท์จึงกลายเป็นนักต่อสู้ที่ยืนหยัดด้วยภาพลักษณ์มากมายเช่นทุกวันนี้

หนังสือเล่มนี้จึงนอกจากจะเป็นหนังสือที่ประชาชนทั่วไปควรอ่านแล้ว ยังเป็นหนังสือที่วงการแพทย์ควรอ่านเพื่อศึกษาเป็นบทเรียน ทั้งผู้ที่จบเป็นแพทย์แล้วและนักศึกษาแพทย์ เพราะหนังสือนี้เล่าเรื่องราวอย่างชัดเจนว่า การประมาทเลินเล่อหรือการไม่ดูแลผู้ป่วยโดยรอบคอบ จนบางกรณีถึงขั้นที่เรียกว่าเป็นทุรเวชปฏิบัติ (Malpractice) นั้น สามารถก่อความทุกข์ยาก เดือดร้อนและขมขื่นให้แก่คนไข้และครอบครัวได้มากมายถึงเพียงนี้

ถ้าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้ตั้งสติและหาทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อเยียวยาและป้องกันมิให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก ผมเชื่อว่าจะเป็นที่ยินดีทั้งของคุณปรียนันท์ และครอบครัว ตลอดจนวงการวิชาชีพแพทย์และสังคมโดยรวม

นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
อดีตเลขาธิการแพทยสภา

1 comment:

SQIAR LTD said...

I'm glad to be reading this article, I simply want to offer you a huge thumbs up for your great information.
Tableau Guru
www.sqiar.com

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ