• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

“หลิงหลิง” ของขวัญจากสวรรค์

ด้วยความเข็ดหลาบ กับปัญหาที่เข้ามาในชีวิต หัวเด็ดตีนขาดข้าพเจ้าไม่ยอมมีลูกอีก กลัวไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง เหตุผลเดียวที่เราตัดสินใจมีลูกอีกคนก็เพื่อให้เขาดูแลพี่ที่ต้องผ่าตัดทุกสิบปี หากเราสองคนไม่มีบุญได้อยู่ดูแลลูกแล้วใครจะดูแลเขา

ระหว่างตั้งท้องหลิงหลิง ลำบากมาก เงินทองแทบไม่มีติดบ้าน บ้านก็ทรุดโทรม ไม่มีเงินปรับปรุง รั้วบ้านเป็นสนิมผุพัง ก็อาศัยปลูกไม้เลื้อยยึดไว้ไม่ให้พัง ไม่เคยได้ไปเที่ยวที่ไหน ช่วงเทศกาลต้องอยู่เฝ้าซอยให้เพื่อนบ้าน เสื้อผ้าต้องใส่ของเก่า ๆ สามีหน้าที่การงานแย่ลง รถต้องขับไปคืนบริษัท ไม่มีเงินผ่อนต่อ ไม่อยากให้เขามาตามยึดให้ได้อาย ข้าพเจ้าปลอบสามีว่าเราต้องทำใจ ตอนเกิดเราก็มาแต่ตัว เราต้องจมให้ลง

ข้าพเจ้าเข็ดร.พ.เอกชนอย่างที่สุด จึงไปฝากครรภ์กับอาจารย์ร.พ.ศิริราช คลินิกอยู่แถววงเวียนใหญ่ ไปแต่ละทีคนแน่นคลินิกเหมือนงานวัด ค่ายาไม่แพง ครั้งหนึ่งไม่เคยถึง 100 บาท เรียนอาจารย์ไปตามตรงว่า ลูกคนแรกคลอดที่พญาไท 1 มีปัญหาฟ้องร้องกันอยู่ ลูกคนนี้อาจารย์ช่วยดูแลให้ด้วย อาจารย์เงียบไม่รู้ท่านคิดอะไร แต่ท่านก็ดูแลข้าพเจ้าดีอยู่ ท้องนี้ไม่มีเงินทำอัลตร้าซาวด์ เลยไม่รู้ว่าลูกเป็นหญิงหรือชาย

เข้าโรงจำนำหาเงินคลอดลูก

ก่อนไปคลอดหลิงหลิง ไม่มีเงินพอ จะทำอย่างไรกันดี น่าอนาถใจตัวเอง ความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด ด้วยความหน้าบางของเราทั้งคู่ จึงต้องอยู่อย่างเสือ อดอย่างเสือ ค่าเทอมเซ้นต์ก็ไม่มี จึงเริ่มคิดเอาทรัพย์สินที่พอมีอยู่ออกขาย เช่นทองแต่งงาน, ทองรับขวัญลูก, ปืนสะสมรุ่นดี ๆ 4 กระบอก, เลนส์ดี ๆ ยี่ห้อเคาไซส์, กล้องดี ๆ ยี่ห้อไลก้าของเยอรมันแท้ ๆ, ปากกาด้ามทอง-ด้ามเงินแท้ ๆ และเปียโนฯลฯ

ด้วยความเสียดายของ ไม่อยากขายอยากเก็บไว้ให้ลูก จึงตระเวนหาโรงรับจำนำ ไปถึงไม่กล้าเข้า วนเวียนอยู่หลายเที่ยว หาโรงที่ลับตาก็ไม่ค่อยจะมี มันเป็นความยากลำบากใจ ของคนที่ไม่เคยมีความจำเป็นมากขนาดนี้ เป็นบทเรียนชีวิตที่ใหญ่หลวงมากสำหรับเรา

ข้าพเจ้ากลัวสามีขายหน้า จึงอาสาแบกท้องที่แก่ใกล้คลอด เดินด้วยความมั่นใจเข้าโรงรับจำนำ แต่ก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนี ทันทีที่จรดนิ้วปั๊มลายมือความอัดอั้นตันใจก็พรั่งพรู ข้าพเจ้าร้องไห้โฮโดยไม่มีเหตุผล ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของผู้ใช้บริการคนอื่น เถ้าแก่ถามว่าเป็นอะไร ข้าพเจ้าตอบไม่ถูก แกปลอบข้าพเจ้าว่า ของของเราไม่ต้องคิดมากไม่ต้องอายเดี๋ยวมีเงินก็มาไถ่ได้เราไม่ได้ปล้นใครมาขอบคุณเถ้าแก่ที่ให้สติ

ชิน..กับความจน

นาทีแห่งความยากลำบากผ่านมา-ผ่านไปหลายครั้ง แม้จะเริ่มชินกับการวนเวียนเข้าออกโรงจำนำ แต่บ่อยครั้งเข้าก็ไม่ไหว หน้าบางรู้สึกอาย สุดท้ายไม่เข้าแล้วโรงจำนำทรัพย์สินที่คิดว่าจะเก็บรักษาไว้ให้ลูกก็ถูกขายไปจนหมด ถูกกดราคาแทบไม่เหลือค่าอะไรเลย แม้จะเพียรพยายามบอกคนซื้อถึงความจำเป็นความลำบาก แต่ดูเหมือนไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต้องรับรู้ ข้าพเจ้าตั้งใจว่าชาตินี้ถ้ามีเงินอีกครั้ง ธุรกิจที่จะไม่ทำเด็ดขาดคือการรับซื้อของสะสมที่ต้องกดราคาคนขายกลัวเขาเจ็บปวดเหมือนข้าพเจ้า

วันคลอดหลิงหลิง

ที่ร.พ.ศิริราช ข้าพเจ้าอยู่ห้องรวม ไม่มีเงินอยู่ห้องพิเศษ ในห้องคลอดมีทั้งคุณหมอและนักเรียนหมอหลายคนทำให้อุ่นใจ เขาบล๊อคหลังข้าพเจ้ารู้สึกตัวดี ระหว่างผ่าตัดภาวนาตลอดเวลาว่าขอให้ลูกปลอดภัยครบ 32 ในใจก็ลุ้นว่าหญิงหรือชายได้ยินเสียงหมอบอกว่า

เจอแล้ว ๆ แก้มป่องเลยเฮ้...ผู้หญิง น้ำตาแห่งความปีติของคนเป็นแม่ไหลพราก

หลิงหลิง เป็นเสมือนของขวัญที่สวรรค์ประทานมาให้ครอบครัวของข้าพเจ้า ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำครอบครัว หลิงหลิงเปรียบเหมือนแสงเทียน ที่สว่างไสวท่ามกลางความมืดมิด ลูกเป็นเด็กเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี ทำให้หัวใจของทุกคนในครอบครัวชุ่มชื่น ลืมความทุกข์กันได้ชั่วคราว


เจ้าหมูน้อยแก้มป่องของแม่

แต่ความทุกข์ก็ไม่เคยหมดไป หลัง 7 เดือนที่กินนมแม่ ลูกต้องกินนมผง..มีลูกเพิ่มอีกคน ครอบครัวก็ยิ่งลำบากมากขึ้น เงินทองแทบไม่มีติดบ้าน เซ้นต์หยิบออมสินมาให้แม่กับป๊า บอกว่าเอาไปเถอะครับเป็นค่ากับข้าวก็ยังดี ข้าพเจ้าใช้มีดงัดออมสิน ฝากระป๋องออมสินบาดมือเลือดไหล...ข้าพเจ้านั่งนิ่งปล่อยให้เลือดไหลนอง..ร้องไห้โฮกับความลำเค็ญครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความคับแค้นใจ

เพื่อนฝูงที่รู้ก็หยิบยื่นเงินทองให้จำนวนมาก แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ ไม่รับของใครฟรี ๆ ไม่อยากเสียเพื่อน ขอร้องเพื่อนว่าขอทำงานแลกเงิน เป็นแม่บ้านขอรับเงินเดือนแค่ 4 พันบาทให้เหมาะสมกับงาน ให้มากก็ไม่เอา จะทำงานออฟฟิศก็ไม่ได้ เพราะไม่มีคนดูแลลูกที่ยังเล็ก ข้าพเจ้าก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นคนใช้ให้เพื่อนนั่นแหละ น่าเอน็จอนาจนัก แต่ก็สบายใจเพราะได้เงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของเราเอง แม้จะทุกข์ยากอย่างไรข้าพเจ้าก็พยายามเลี้ยงลูกให้ดีที่สุด ให้พวกเขาเติบโตแข็งแรงด้วยสุขภาพที่ดีทั้งใจกาย

ร่าเริงแจ่มใส อารมณ์ดีคือหลิงหลิง

วันหนึ่งหลิงหลิงไม่สบายมีไข้สูงมาก เช็ดตัวก็ไม่ลด กลับจากทำงานเข้าบ้าน ลูกชักตาตั้ง ข้าพเจ้าหอบลูกวิ่งร้องไห้ ตะโกนขอให้เพื่อนบ้านช่วยพาส่งโรงพยาบาลเอกชนใหญ่ย่านฝั่งธน จากสภาพการแต่งตัวของข้าพเจ้า กางเกงขาสั้นเก่า ๆ เสื้อปอน ๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง รองเท้าไม่ได้ใส่ เจ้าหน้าที่ถามว่ามีเงินหรือเปล่า จึงบอกว่าญาติกำลังตามมาเขาถึงรับรักษาให้ อันที่จริงยังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่ารักษาลูกด้วยซ้ำไป ข้าพเจ้าลาออกจากงาน ตั้งใจว่าจะไม่ทิ้งลูกไปทำงานนอกบ้านอีก จนกว่าลูกจะโต ครอบครัวเราไม่พร้อมจะให้ใครเป็นอะไรไปอีกแล้ว

ความที่แม่ดูแลอย่างใกล้ชิด...หลิงหลิงจึงเติบโตมาเป็นเด็กดีอ่อนหวานน่ารักทั้งใจทั้งกาย ฉลาด เรียนเก่ง รู้ใจแม่ทุกอย่างทำให้แม่มีความสุขยามมีหนูอยู่ใกล้ ๆ หนูปลอบใจแม่เก่ง หนูรู้ว่าแม่ต้องการอะไร ยามแม่ทุกข์หนูก็จะเป็นเพื่อนที่ดี ไม่บ่อยนักที่หนูจะปล่อยแม่ไปศาลเพียงลำพัง แม่รู้ว่าหนูห่วงแม่ แต่แม่ก็ไม่อยากให้หนูเป็นทุกข์กับแม่ทุกครั้ง โลกของหนูควรจะพบเจอแต่สิ่งที่สวยงาม


กับของแล่นแปลก ๆ ที่แม่สรรหามาให้ลูก


วันที่หนูตามแม่ไปศาล หนูถามว่า แม่ขา..วันหนึ่งหนูจะไปนั่งบนบัลลังก์นั้นให้ได้ หนูจะให้ความเป็นธรรมกับคนเขา แต่ถ้าหนูตัดสินผิดจะเป็นบาป ที่ทำให้เขาทุกข์ใจร้องไห้หรือเปล่า

หนูเป็นเด็กช่างคิด ช่างถาม หนูรู้มารยาทที่ศาล ไม่ส่งเสียงดัง เข้า-ออกหนูจะไหว้ทำความเคารพศาล หนูจะเอาหนังสือไปนั่งอ่านหรือวาดรูปอยู่เก้าอี้ตัวหลังสุด ในห้องพิจารณาคดีเสมอ ๆ ตั้งแต่เล็ก ๆ จนเดี๋ยวนี้ลูกขอแม่ถือป้ายประท้วง หนูไม่อายหรือแม่เคยถาม หนูตอบให้แม่ชื่นใจเสมอว่า หนูรักแม่..แม่ถือได้หนูก็ทำได้ค่ะ แล้วหนูก็จะหอมแม่เพื่อให้กำสังใจ ยามแม่ร้องไห้หนูจะหอมแม่ หอมแล้วหอมอีก เพื่อให้แม่คลายทุกข์คำหนึ่งที่หนูเรียกแม่บ่อย ๆ คือ หญิงเหล็กของหนูต้องไม่ร้องไห้นะคะ แม่รักและภูมิใจในตัวหนูเหลือเกิน เวลาไปที่ไหน ๆ มีหนูไปด้วยแม่เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวไปด้วย แม่อุ่นใจทุกครั้งที่มีหลิงหลิง ยามใดที่หนูรู้ว่าแม่เป็นทุกข์ หนูจะหมั่นเขียนว่ารักแม่ ติดข้างฝาบ้านเต็มไปหมด


หนูชอบเรียนรู้และเป็นหนอนหนังสือตัวยง

มีคนขอหลิงหลิงไปเป็นลูก

จากการออกสื่อ มีผู้ใจบุญขอหลิงหลิงไปเป็นลูก เขาเป็นเศรษฐีจะเลี้ยงดูหนู ส่งให้เรียนหนังสือสูง ๆ ข้าพเจ้าถามลูก(ทั้งที่ในใจรู้คำตอบอยู่แล้ว)ว่า หนูจะไปมั้ย หนูตอบว่า หนูขอมีแม่คนนี้เพียงคนเดียวจะไม่จากแม่ไปไหน หนูรักแม่มากนะคะห้ามพูดแบบนี้อีก

แม่ขา..ใส่เสื้อผ้าสีสดใสบ้างได้มั้ยคะ...หนูอยากให้แม่สดชื่น แม่ต้องมีความสุขบ้าง เหนื่อยมากก็หยุดก่อน แม่ก็เหนื่อยมามากแล้ว แม่พยักหน้า ลูกไม่รู้หรอกกว่าหัวใจแม่ชุ่มชื้นเหลือเกินยามได้ยินคำนี้

วันหนึ่งแม่จะไปถือป้ายประท้วงที่หน้าแพทยสภา กับหน้าโรงพยาบาล หลิงหลิงจับชายเสื้อแม่แน่น แม่ขา..หนูขอไปด้วย ข้าพเจ้ายืนยันให้ลูกอยู่บ้าน

ฟังแม่นะลูก..มันร้อนและอันตราย เฮียเซ้นต์ดูแลน้องแม่ไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ วันนี้แม่ยังมีแรงทำ มันเป็นหน้าที่ของแม่ ยังไม่ใช่เรื่องของเด็ก เอาไว้ลูก 2 คนโตพอมีแรงสู้ค่อยสู้กับแม่ ตอนนี้เซ้นต์ช่วยแม่อย่างหนึ่งคือ ดูแลน้องให้ดี ล็อคประตูรั้ว ปิดประตูหน้าต่าง อย่าออกไปไหน อย่าให้ใครเข้ามาในบ้าน หลิงหลิงลูกห้ามร้อง

แม่จะได้กลับมามั้ยคะ

แม่จะรีบกลับมา ถ้าหนูร้องแม่จะไม่ได้กลับมาเขาจะจับแม่ไปขัง แม่สัญญา..แม่จะรีบกลับมา

2 คนพยักหน้าสายตาวิตกกังวล


1 comment:

Anonymous said...

จะเป็นกำลังใจให้นะคะ ตอนที่หนูไปคลอดลูกคนที่สองที่โรงพยาบาลของรัฐ ก็เห็นเด็กเสียชีวิตหลังคลอดต่อหน้าต่อตา แต่หมอกลับบอกว่าเด็กตายตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ แม่ของเด็กเจ็บท้องตั้งแต่ เที่ยงคืนกว่า เราอยู่ในห้องคลอดด้วยกันหนูคลอดก่อนตอนเที่ยงคืนครึ่งแต่น้องคนนั้นยังนอนรอหมอ(เพราะฝากคลอดพิเศษ)แต่หนูคลอดกับพยาบาล กว่าหมอจะมาก็ตี1 แล้วมาดูเสร็จก็บอกพยาบาลว่าขอนอนครึ่งชั่วโมงก่อน ที่รู้ดีเพราะนอนพักหลังคลอด2ชั่วโมงในห้องคลอด จนตี1ครึ่งหมอคนนั้นก็เข้ามาทำคลอดให้ ไม่ถถึง20นาทีเด็กก็ออกมา ไม่ร้อง พยาบาลเลยเรียกหมอเด็กมาช่วยอยู่พักใหญ่ ก็ลงความเห็นว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว ถามว่าเป็นความผิดของใคร มารู้ข่าวอีกว่าใครทำคลอดกับหมอคนนี้ไม่แม่ตายก็ลูกตาย แต่หมอคนนี้ก็ยังทำคลอดอยู่และเปิดคลินิคอยู่ในเมืองมีคนไข้เยอะมาก ไม่มีใครฟ้องหมอกันเลยมันไม่ยุติธรรมเลย

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ