• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

บทความ.....ทำไม....ต้องฟ้องหมอ...?

บทความ.....ทำไม....ต้องฟ้องหมอ...?

เมื่อพวกเราต้องเผชิญกับความเสียอกเสียใจ ไม่มีใครอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น หาคนรับผิดชอบไม่มี หมอมักพูดว่าช่วยเต็มที่แล้ว เป็นเหตุสุดวิสัย เป็นหนึ่งในหมื่นคน หมอไม่ผิด หลบหน้าไม่พูดไม่คุย ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่อธิบายถึงสาเหตุที่เกิดชึ้น ปล่อยให้ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องมาอธิบายแทน ขอพบผู้อำนวยการก็แสนจะยากเย็น หรือเมื่อพบแล้วก็ได้แต่ปลอบใจว่าเห็นใจ เสียใจ รับปากจะสอบสวนหาสาเหตุให้ แล้วก็จะปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป

เมื่อเสอบถามหาสาเหตุ เราจะกลายเป็นคนน่ารังเกียจไปทันที บ่อยครั้งเข้าเสียงที่เคยพูดดี ๆ ก็เริ่มเปลี่ยน กลายเป็นรำคาญ เริ่มต่อว่าว่าเรื่องมาก เริ่มไม่รับโทรศัพท์ ผลัดเลื่อนเวลาไปเรื่อย ทั้งที่ผู้ป่วยหรือญาตินั้น ต่างใจจดใจจ่อ นั่งนับวันรอคอยวันแล้ววันเล่าอย่างทรมาน อยากทราบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นกับตนหรือญาติ 1 วันก็เหมือนหนึ่งเดือน 1 เดือนก็เหมือน 1 ปี หาใครที่ร่วมรับรู้ความทุกข์ไม่มีเลย ความทุกข์ของพวกเราไม่มีความหมาย ยิ่งนานวัน ทั้งเสียใจ เสียเงิน เสียเวลา เสียอนาคตหน้าที่การงาน กิจการ ทุกอย่างรวมกันจนพัฒนากลายเป็นความไม่พอใจ ทวีเป็นความโกรธเมื่อไม่มีใครให้คำตอบอะไรเลย ยิ่งกลายเป็นความโมโหเมื่อขอสำเนาเวชระเบียนแล้วไม่ให้ แล้วท้าทายว่าให้ไปฟ้องเอา ไปเอาหมายศาลมาเอา การไม่ให้เวชระเบียนยิ่งน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก สงสัยว่าจะนำไปแก้ไข หรือเพิ่มเติมข้อความ เรื่องของเราประวัติของเราทำไมไม่ให้เรา มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเรา

เมื่อไปแจ้งความ ตำรวจมักมีความสัมพันธ์อันดีกับโรงพยาบาล ไม่รับแจ้งความ ไปหานายอำเภอ ผู้ว่าฯ ก็มักไม่มีความคืบหน้า บางรายเปลี่ยนผอ.รพ.ไป 4 คน ผู้ว่าฯ เปลี่ยนไป 3 คนแล้วก็ยังขอสำเนาเวชระเบียนไม่ได้ ต่อมาเราก็ลองไปร้องกระทรวง กระทรวงมักส่งเรื่องให้กรม กรมส่งให้กอง กองส่งไปหาย.คนรับเรื่องมักเป็นคนที่ไม่เคยเสียหาย มักรับเรื่องแล้วทิ้งเรื่อง ทำเรื่องหาย ร้องแล้วร้องอีก ไม่มีความคืบหน้า เรื่องมากเขาก็ไม่ทำให้อีก แพทยสภาที่น่าจะพึ่งได้ที่สุด ก็พึ่งแทบไม่ได้ ปัจจุบันเต็มไปด้วยแพทย์พาณิชย์ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนเสียก็มาก เวลาแพทยสภาบอกว่าหมอไม่ผิดนั้น วันเดียวก็บอกได้เลยว่าหมอไม่ผิด แต่การจะบอกว่าหมอผิดนั้น 3-5 ปีก็ยังบอกไม่ได้ ถ้าไม่ตามเรื่องก็จะเงียบไปตามกาลเวลา

ลองเปลี่ยนไปร้องกรรมาธิการฯ บางครั้งก็ได้เรื่อง แต่กลับไม่มีอำนาจบังคับเป็นยักษ์ไม่มีกระบอง ร้องกรรมการข้อมูลข่าวสารหรือกว่าจะรู้ผลก็นานเป็นเดือน เมื่อได้มากลับให้ไม่ครบ ยื่นอุทธรณ์กก. กก.สั่งว่าต้องให้ ก็ไปแจ้งความว่าหายอีก เหมือนวิ่งไล่จับโจร ทั้งหมดทั้งมวลนี้แค่เรื่องเวชระเบียน เราต้องเสียใจ เสียความรู้สึก เสียเงิน เสียทอง เสียเวลาทำมาหากินหนักเข้าไปอีก จะให้เราทำใจก็คงทำไม่ได้ ระหว่างนี้ครอบครัวเราก็จะเริ่มระส่ำระสาย เงินทองชักหน้าไม่ถึงหลัง โดยเฉพาะหากเหยื่อต้องเป็นเสาหลักของครอบครัวแล้ว คนนั้นก็จะเผชิญชะตากรรมที่หนักจนยากจะบรรยาย บางครอบครัวเงินทองจะซื้อข้าวกิน จะให้ลูกไปโรงเรียนก็ไม่มี ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร บางครอบครัวกิจการหยุดชะงัก เสียหน้าที่การงาน ขาดรายได้หลัก สูญเสียความมั่นคงในชีวิตไปเลย บางครอบครัวต้องคอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดอึ เช็ดฉี่ คอยไล่คอยต้อนแทบไม่ได้พักผ่อน ดูแลคนธรรมดายังยาก ดูแลคนเจ็บป่วยยิ่งลำบากกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะบางกรณีที่เป็นโรคที่อนาคตต้องใช้เงินรักษาอีกมากมาย

ถึงตอนนี้ต่อให้เป็นช้างเราก็จะมองเหลือตัวเท่ามด เราไม่มีอะไรจะเสีย ในเมื่อมันเสียไปหมดแล้ว เราจะเริ่มพึ่งสื่อเพื่อเตือนภัยให้สังคมไม่ให้ใครถูกกระทำอย่างเราอีก จากนั้น “ฟ้องหมอ” คือทางเลือกสุดท้าย ถึงตอนนี้ผู้เสียหายทุกรายมักโกรธจนไม่ยอมฟังเสียง เพราะเขาทุกข์มามาก คนไข้มีความโกรธมากเกินจะทำใจได้แล้ว ฝ่ายหมอและโรงพยาบาล มักจะยอมคุยเสนอความช่วยเหลือ ตอนที่ยื่นฟ้องแล้ว ซึ่งมักไม่ได้ผล ความทุกข์ของคนไข้มันตกผลึกเสียแล้ว

เสียใจด้วยคุณหมอ.....เจอกันที่ศาลก็แล้วกัน....(ปรียนันท์)

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ