• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ธุรกิจบนคราบเลือดและน้ำตา



ธุรกิจ บนคราบเลือดและน้ำตา


ในห้องประชุม มีหมอคนหนึ่งพูดว่า การที่หมอสันตินำเด็กยืนทดสอบบนโต๊ะ แล้วเด็กหุบขา..ไม่แตะพื้นนั้น ไม่ได้บ่งบอกอะไรหรือ
คุณหมอสุรพงษ์รีบพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน ล้วนแต่เป็นศัพท์ทางการแพทย์ ที่ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจ พร้อมเสนอให้บัตรลด 10% เฉพาะค่ารักษาไม่รวมค่ายาสำหรับลูก แต่เราไม่ยอมรับ

ภาพของผอ.คนดัง นั่งเอนสบายอยู่หัวโต๊ะ ไขว่ห้าง เอามือล้วงน้ำแข็งในแก้วออกมากิน ไม่ยินดียินร้ายกับความทุกข์ ของครอบครัวข้าพเจ้านั้น ยังติดตามาจนถึงทุกวันนี้”
ข้าพเจ้าพยายามขอความเห็นใจว่า ลูกก็พิการไปแล้ว ความพิการของลูกนั้นเรารับได้ แต่ค่ารักษาในอนาคตเราแบกไม่ไหว ทุกวันนี้ก็แทบไม่เป็นอันทำมาหากิน ใกล้หมดตัวแล้ว ช่วยหน่อย สงสารเถอะ ช่วยรักษาให้อย่างเดียว เราไม่คิดฟ้อง ทำสัญญาก็ได้ ก็ไม่เป็นผล เขาไม่มีเมตตาเลย ไม่มีหมอคนไหนเดินมาดูลูกข้าพเจ้าแม้แต่คนเดียว ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีใครถามเลยว่าเจ็บมากมั้ย ลำบากมากมั้ย ทั้ง ๆ ที่วันนั้นลูกอยู่ในเฝือก

ในจอทีวีผอ.คนดังท่านดูสุขุมใจดีมีเมตตาสูง แต่ตัวจริงที่ข้าพเจ้าพบนั้น เป็นอีกแบบหนึ่งที่ข้าพเจ้ารับไม่ได้ ทำไมท่านเห็นความสำคัญของธุรกิจมากกว่าคุณธรรม ท่านทำผลกำไรบนชีวิตมนุษย์ บนคราบเลือดและน้ำตา แต่ทำไมท่านไม่มีเมตตาธรรม

ท่านบอกว่าจะเรี่ยไรเงินหมอในห้องประชุมให้ สามีข้าพเจ้าโมโหมาก บอกว่าเราไม่ใช่ขอทาน เรามาขอความช่วยเหลือ ไม่ได้มาขอเงินเราเป็นคนไข้ของคุณ ยามคุณเรียกเก็บเงินกี่บาทเราก็ยอมจ่าย คนอื่นผ่าตัดคลอดลูกจ่าย 12,000 เราจ่าย 39,600 บาทเราก็ไม่เคยต่อคุณแม้แต่บาทเดียว ลูกเราได้รับเคราะห์กรรมอย่างนี้ ทำไมคุณไม่คิดจะช่วยเหลือเราบ้าง ผลักไสไล่ส่งเราทำไม หัวใจคุณทำด้วยอะไร วันนั้นเราพาลูกกลับบ้านด้วยความช้ำใจ

ข้าพเจ้าจึงร้องเรียนไปที่ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ เจ้าของโรงพยาบาล ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  หน้าห้องแจ้งว่าท่านได้สั่งให้ทางรพ.รับผิดชอบแล้ว ให้ไปตามเรื่องที่โรงพยาบาล แทงเรื่องไปแล้ว แต่ทางผอ.โรงพยาบาลกลับไม่รับผิดชอบ จนข้าพเจ้าเหนื่อยและท้อที่จะขอความเมตตาจากเขาอีกต่อไป

ข้าพเจ้า..รู้สึกว่าผอ.โรงพยาบาล มักมองเห็นความเป็นความตาย ความเจ็บ ความพิการของมนุษย์เป็นเรื่องที่แสนธรรมดา สนใจแต่เม็ดเงินและผลกำไรมากกว่าชีวิตมนุษย์

ความที่ต้องอยู่กับลูกตลอดเวลา เป็นคนที่ซึมซับทุกปัญหาที่เกิดกับลูก นั่งคิดทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มปักใจเชื่อว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูก เกิดจากความผิดพลาดของ ร.พ.พญาไท 1 แน่นอน

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ