• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ธุรกิจบนคราบเลือดและน้ำตาที่ไร้มนุษยธรรม

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าทนแบกรับปัญหาไม่ไหว ต้องเริ่มทวงหาความถูกต้อง ข้าพเจ้าจึงอุ้มลูกทั้งเฝือกไปร.พ.พญาไท 1 ไปขอความเมตตาให้เขาช่วยเหลือบ้าง เพราะคิดว่าเขาต้องมีส่วนทำให้ลูกเป็นแบบนี้

ข้าพเจ้าไม่ได้ไปหาว่าใครผิดใครถูก ไม่เคยก้าวร้าว ไม่ข่มขู่ ไม่โวยวาย ไม่เรียกร้องเอาเงินทองแม้แต่บาทเดียว ไม่ไปแจ้งความเพื่อเอาเป็นเอาตายกับหมอ ไม่เคยคิดฟ้องร้อง ช่วยรักษาลูกให้หน่อยเพราะตอนนี้ไม่มีเงินแล้วใกล้จะหมดตัวแล้ว

ร.พ.พญาไท 1 บ่ายเบี่ยงบอกว่าไม่เกี่ยวเรื่องมันจบไปแล้ว เขาไม่ได้ทำ อ้าว..แล้วใครทำล่ะ ร.พ.ธนบุรีทำหรือเขาก็ไม่ตอบ ขอพบผอ.โรงพยาบาลก็บอกว่าไม่อยู่ทั้งที่เพิ่งขึ้นลิฟท์ไปพร้อมกัน ข้าพเจ้าจำได้เพราะ
นพ.สุรพงษ์ อำพันวงศ์ เป็นคนดังออกทีวีบ่อยใคร ๆ ก็รู้จัก

ทางโรงพยาบาลไม่แยแสไม่ใส่ใจว่าคนไข้มีความทุกข์ ไปขอความช่วยเหลือก็ผลักไสไล่ส่ง ไม่ยอมให้พบ ปล่อยให้ไปเผชิญชะตากรรมเอาเอง ทั้งที่ผ่านมานั้น ข้าพเจ้าจัดว่าเป็นคนไข้ชั้นยอด คือ


1. โง่ไม่เคยซักถามอะไรเลย
2. เรียกเท่าไหร่ก็จ่ายไม่เคยต่อรอง
3. หมอพูดอะไรก็เชื่อไปหมดทุกอย่าง


ณ วันนั้นข้าพเจ้าคือ “นางทองพูน โคกโพ” ดี ๆ นี่เอง
ไม่มีพิษสงอะไรเลย

รพ.พญาไท 1 ใจดำ
แม้จะพยายามหลายครั้ง ร.พ.ก็ไม่ยอมคุย เหมือนเลือดเข้าตาด้วยความเครียดข้าพเจ้าจึงจะกระโดดตึกของโรงพยาบาล นพ.สุรพงษ์จึงยอมให้พบ จัดประชุมในห้องแอร์เย็นฉ่ำเรียกหมอมานับสิบคน พูดศัพท์แพทย์ข้ามหัวเราไปมา คุณหมอยรรยงค์ยืนยันว่าไม่ได้ทำคลอดให้เด็กบาดเจ็บ คุณหมอสันติทั้งยืนยันนอนยันว่าในเวชระเบียนไม่มีบันทึกเรื่องขาลูกมีแต่เรื่องแขนเท่านั้น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวไม่ได้ทำเด็กเสียหาย เพาะเชื้อแล้วก็ไม่มีเชื้อโรค

นพ.สุรพงษ์บอกว่า คนเราเป็นหวัดก็เพราะติดเชื้อไวรัสจากทางอากาศ เด็กคนนี้อาจจะติดเชื้อจากทางไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่จากทางพญาไท 1 แน่นอน ถ้าจะให้รักษาก็จะช่วยแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายปกติ จะลดให้บ้างเพื่อเห็นแก่มนุษยธรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลสำนึกผิด เพราะไม่ได้ทำผิดพลาดใด ๆ จะให้รับผิดชอบก็ทำไม่ได้ เดี๋ยวจะถือว่าเป็นการรับผิดทางกฎหมาย จะมาฟ้องร้องเอาทีหลังได้ พร้อมกับจะเรี่ยไรเงินหมอในห้องประชุมให้
แม้จะยืนยันว่า "ไม่เคยคิดฟ้องร้อง" บาทเดียวก็ไม่ต้องการ ต้องการให้ช่วยเหลือรักษาให้เท่านั้น แต่เขาก็ไม่ยินดียินร้ายอะไรเลย




ธุรกิจ บนคราบเลือดและน้ำตา
ในห้องประชุม มีหมอคนหนึ่งพูดว่า การที่หมอสันตินำเด็กยืนทดสอบบนโต๊ะ แล้วเด็กหุบขาไม่แตะพื้นนั้นไม่ได้บ่งบอกอะไรหรือ คุณหมอสุรพงษ์รีบพูดเรื่องอื่นกลบเกลื่อน ล้วนแต่เป็นศัพท์ทางการแพทย์ ที่ข้าพเจ้าก็ไม่เข้าใจ พร้อมเสนอให้บัตรลด 10% เฉพาะค่ารักษาไม่รวมค่ายาสำหรับลูก แต่เราไม่ยอมรับ


ภาพของผอ.คนดัง นั่งเอนสบายอยู่หัวโต๊ะ ไขว่ห้าง เอามือล้วงน้ำแข็งในแก้วออกมากิน ไม่ยินดียินร้ายกับความทุกข์ ของครอบครัวข้าพเจ้านั้น ยังติดตามาจนถึงทุกวันนี้



ข้าพเจ้าพยายามขอความเห็นใจว่า ลูกก็พิการไปแล้ว ความพิการของลูกนั้นเรารับได้ แต่ค่ารักษาในอนาคตเราแบกไม่ไหว ทุกวันนี้ก็แทบไม่เป็นอันทำมาหากิน ใกล้หมดตัวแล้ว ช่วยหน่อย สงสารเถอะ ช่วยรักษาให้อย่างเดียว เราไม่คิดฟ้อง ทำสัญญาก็ได้ ก็ไม่เป็นผล เขาไม่มีเมตตาเลย ไม่มีหมอคนไหนเดินมาดูลูกข้าพเจ้าแม้แต่คนเดียว ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีใครถามเลยว่าเจ็บมากมั้ย ลำบากมากมั้ย ทั้ง ๆ ที่วันนั้นลูกอยู่ในเฝือก



ในจอทีวีผอ.คนดังท่านดูสุขุมใจดีมีเมตตาสูง แต่ตัวจริงที่ข้าพเจ้าพบนั้น เป็นอีกแบบหนึ่งที่ข้าพเจ้ารับไม่ได้ ทำไมท่านเห็นความสำคัญของธุรกิจมากกว่าคุณธรรม ท่านทำผลกำไรบนชีวิตมนุษย์ บนคราบเลือดและน้ำตา แต่ทำไมท่านไม่มีเมตตาธรรม



ท่านบอกว่าจะเรี่ยไรเงินหมอในห้องประชุมให้ สามีข้าพเจ้าโมโหมาก บอกว่าเราไม่ใช่ขอทาน เรามาขอความช่วยเหลือ ไม่ได้มาขอเงินเราเป็นคนไข้ของคุณ ยามคุณเรียกเก็บเงินกี่บาทเราก็ยอมจ่าย คนอื่นผ่าตัดคลอดลูกจ่าย 12,000 เราจ่าย 39,600 บาท เราก็ไม่เคยต่อคุณแม้แต่บาทเดียว ลูกเราได้รับเคราะห์กรรมอย่างนี้ ทำไมคุณไม่คิดจะช่วยเหลือเราบ้าง ผลักไสไล่ส่งเราทำไม หัวใจคุณทำด้วยอะไร วันนั้นเราพาลูกกลับบ้านด้วยความช้ำใจ



ข้าพเจ้าจึงร้องเรียนไปที่ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ เจ้าของโรงพยาบาล ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หน้าห้องท่านแจ้งว่าท่านได้สั่งไปที่ผอ.โรงพยาบาลแล้วให้รับผิดชอบดูแล ให้ไปตามเรื่องที่โรงพยาบาล แทงเรื่องไปแล้ว แต่ทางผอ.โรงพยาบาลก็ไม่รับผิดชอบ จนข้าพเจ้าเหนื่อยและท้อที่จะขอความเมตตาจากเขาอีกต่อไป

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าผอ.โรงพยาบาล มองเห็นความเป็นความตาย ความเจ็บ ความพิการของมนุษย์เป็นเรื่องที่แสนธรรมดา เขาสนใจแต่เม็ดเงินและผลกำไรมากกว่าชีวิตมนุษย์



ความเป็นแม่ที่ต้องอยู่กับลูกตลอดเวลา ซึมซับทุกปัญหาที่เกิดกับลูก ทำให้ต้องคิดทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ข้าพเจ้าเริ่มปักใจเชื่อว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกนั้น เกิดจากความผิดพลาดของ ร.พ.พญาไท 1 แน่นอน

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ