• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

บันทึกแห่งความเจ็บปวด

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2546
ฉันไปศาลกับลูก ไปพบเห็นชัด ๆ ว่า แพ้คดีอย่างขัดต่อความรู้สึกเป็นอย่างไร หัวอกหัวใจฉันแทบระเบิด จับมือลูกไว้แน่น ลูกบีบมือฉันให้กำลังใจ โถ..ลูกแม่ ต้องมารับรู้สิ่งที่เขาทำกับแม่ นี่หรือความยุติธรรม เมื่อก่อนฟังแล้วเฉย ๆ ไม่เคยรู้รสชาติ ตอนนี้ซึ้งยิ่งกว่าซึ้ง ความทุกข์มันโถมเข้าใส่หัวอกหัวใจแทบบ้า

ฉันพาลูกกลับบ้าน ไม่พูดไม่จาร้องไห้ดัง ๆ คนบนรถเมล์มองมาที่เรา เขาคงสงสัยว่าฉันร้องทำไม สงสารลูกสองคน เขายังเด็กอยากชวนแม่คุย หลิงหลิงถามว่า “แม่ขา..วันนี้แม่แพ้เขาใช่มั้ย”

ฉันหันไปมองหน้าลูกสายตาของเขามีน้ำตาเอ่อ นี่ฉันทำให้ลูกเป็นทุกข์ไปด้วยหรือนี่ เซ้นต์นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ส่งสายตามองมาที่แม่ด้วยความเห็นอกเห็นใจน้ำตาคลอเบ้า ฉันรู้....ว่าลูกก็ทุกข์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าฉันหรอก หลิงหลิงบอกว่า “แม่ขาซักวันหนึ่งแม่ต้องชนะ” ฉันภูมิใจเหลือเกิน ท่ามกลางมรสุมที่กระหน่ำ ฉันยังมีลูกที่เป็นเพื่อนแท้

ข้าพเจ้าเดินไป..เดินมา อ่อนเปลี้ย เพลีย ไม่อยากทำอะไร สมองมึนงง ตื้อไปหมด คิดอะไรไม่ออก วนเวียนถึงแต่เรื่องเมื่อวานที่ศาล ทำไม ทำไม ทำไม อยู่อย่างนั้น ฉันเบื่อที่ต้องเป็นแบบนี้ ฉันไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้ ฉันต้องเลิกสู้มั้ย ฉันเคยถามตัวเองบ่อย ๆ สงสารลูกบางครั้ง ที่ต้องมารองรับอารมณ์ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราดของฉัน ลูกเดินมาบอก ”แม่ครับยิ้มหน่อยสิครับ”

คืนนั้นฉันบอกลูกว่า อย่ากวนใจแม่นะ…แม่อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว ลูกนอนด้วยความกระสับกระส่าย เซ้นต์ค่อย ๆ เอื้อมมาจับมือแม่ พอฉันไม่ว่าอะไร เขาเอามือฉันไปแนบแก้ม...หอม ส่วน หลิงหลิงนอนคุดคู้อยู่ห่าง ๆ ในความมืดราง ๆ ฉันเห็นแววตาลูกมองมา เหมือนจะถามว่าแม่ขา..อารมณ์ดีหรือยัง ฉันรู้สึกผิด จึงดึงลูกสองคนมากอดไว้ เขาสองคนดีใจหอมแม่ ฉันก็หอมลูก

ลูกรักของแม่จะทุกข์ยากอย่างไร ลูกคือความสุขเดียวที่แม่มีอยู่..ในยามที่ป๊าไม่อยู่ ป่านนี้ป๊าจะรู้บ้างมั้ยนะว่าลูกเมียกำลังมีความทุกข์แค่ไหน แต่ฉันไม่มีวันให้เขารู้หรอก ฉันทนได้ เมื่อวันนี้ผ่านไปเดี๋ยวฉันก็คงดีขึ้น ถ้าไม่บ้าไปเสียก่อน ช่างหัวมันเถอะอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด

หลังจากได้เป็นข่าวทางทีวีและหนังสือพิมพ์ กำลังใจมากมายจากเพื่อนร่วมประเทศ หลั่งไหลโทรเข้ามาไม่ขาดสาย ฉันดีใจเหลือเกิน ไม่ต้องการเงินทองใด ๆ ทั้งสิ้น แค่น้ำใจ..กำลังใจที่พวกเขาให้นั้น มีค่ายิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ชีวิตนี้ฉันตั้งใจเอาไว้แล้วว่า ขณะที่ทำเพื่อลูกฉันจะทำเพื่อสังคมด้วย ต้องไม่มีใครต้องถูกกระทำเหมือนครอบครัวฉันอีก

เมื่อฟ้าแกล้งฉันให้เกิดมาเพื่อสู้กับความไม่ถูกต้อง ความไม่ยุติธรรม
เมื่อเขาลิขิตมาฉันก็จะเดิน
และฟ้าดินจงเป็นพยานว่า..ฉันจะสู้จนกว่าจะเห็น ”ความยุติธรรม”


No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ