• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

บทเรียนจากคดี

1. หากต้องผ่าตัด หรือมีการเจ็บป่วยที่คิดว่าหนัก ไม่ควรปรึกษาหมอคนเดียว 2-3 หมอจะดีที่สุด (ถ้าท่านพอมีกำลังเรื่องค่าใช้จ่ายและไม่ฉุกเฉินจนรอไม่ได้)

2. หากมีความสงสัยเรื่องการรักษาให้ซักถามหมอทุกครั้ง ห้ามเกรงใจ แต่ต้องไม่ใช่การแสดงอำนาจ ข่มขู่ ขอร้องหมอเขาดี ๆ

3. หัดสังเกตเรื่องการใช้ยา เช่นยาฉีดชื่อเดียวกันแต่มี 2 ชนิด ถ้ามีตัว M ติดอยู่ข้างกล่องแสดงว่าฉีดเข้ากล้ามเนื้ออาจจะผสมยาชาเพื่อไม่ให้ปวด ถ้ามีตัว V ติดอยู่แสดงว่าสำหรับฉีดเข้าเส้นเลือดโดยอาจจะผสมน้ำเกลือ เคยมีกรณีที่โรงพยาบาลบางแห่งจ้างพยาบาลฝึกหัดมาทำหน้าที่แทนพยาบาลวิชาชีพเพราะค่าจ้างถูกกว่า บังเอิญหยิบยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ผสมยาชาไปฉีดเข้าหลอดเลือด ผลคือคนไข้หัวใจหยุดเต้นตายกระทันหัน นี่ก็เป็นบทเรียนหนึ่งที่อยากให้ทุกท่านทราบเอาไว้

4. หากท่านได้รับยาฉีดหรือยากิน เข้าไปในร่างกายแล้ว เกิดอาการผื่นคันเห่อขึ้นตามร่างกาย ให้สงสัยว่าเป็นอาการ”แพ้ยา” ห้ามฉีดหรือกินยาชนิดนั้นอีก รีบปรึกษาแพทย์ทันที ดื่มน้ำมาก ๆ

5. หากท่านมีอาการปวดท้องข้างขวา แล้วสงสัยว่าจะเป็นไส้ติ่ง ให้รีบพบหมอทันที ถ้าหมอวินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งต้องผ่าตัด อย่าให้เขาทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ไส้ติ่งอาจแตกท่านอาจติดเชื้อจนตายได้

6. หากเด็กมีอาการไข้สูง เช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ให้ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ให้ระวังอาการชัก และติดเชื้อในกระแสเลือด ให้ขอหมอรับรักษาตัวไว้ในโรงพยาบาล เพื่อสังเกตอาการจะดีกว่าปล่อยกลับบ้าน

7. ในเด็กเล็ก หากมีความจำเป็นต้องพันผ้าเพื่อยึดมือไว้กับไม้เพื่อเติมน้ำเกลือ ให้หมั่นตรวจดูว่าการพันนั้นแน่นเกินไปหรือไม่ เลือดอาจไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้ต้องตัดอวัยวะทิ้งได้ เด็กเล็กบางคนยังพูดไม่ได้ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเจ็บมากน้อยแค่ไหน ให้สังเกตอาการอื่น ๆ ด้วยเช่นร้องมาก ๆ โดยไม่มีเหตุผล ซึม มีไข้เป็นต้น

8. การใส่เฝือกไม่ว่าอวัยวะส่วนใด หากรู้สึกว่าแน่นเกินไป ไม่สบาย ให้ทักท้วงและยืนยันให้แพทย์ดูอาการ มีสมาชิกเครือข่ายฯ หลายท่านที่ต้องตัดอวัยวะทิ้งเนื่องจากการเข้าเฝือกที่แน่นเกินไปจนเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะนั้น ๆ ได้

8. หากท่านต้องตั้งครรภ์ พยายามอย่าให้ครรภ์โตมากเกินไป ดูแลตัวเองให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่าให้อ้วนเกินไป จะคลอดลำบาก วิธีช่วยคลอดสำหรับเด็กตัวโตนั้น อันตรายและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหลังคลอด

9. ในเด็กอ่อนหากพบว่าร้องผิดปกติ สะดือแฉะ ร้องกวน ไม่ค่อยกินนม แขนขาขยับได้น้อย ให้สงสัยว่าจะติดเชื้อที่ข้อสะโพก โดยเฉพาะเด็กที่มีประวัติถูกแยงสายสะดือเพื่อเปลี่ยนถ่ายเลือดมาก่อน

10. หลังการผ่าตัด หากท่านมีไข้สูง แสดงว่าอาจมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องรีบปรึกษาหมอทันที การติดเชื้อในกระแสเลือดนั้นอันตราย ทิ้งไว้อาจตายได้

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ