• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

4 เรื่องที่ผิดสังเกต... เกี่ยวกับคดีนี้


4 เรื่องที่ผิดสังเกต... เกี่ยวกับคดีนี้


เรื่องที่1. ผู้พิพากษา มีลูกเป็นหมอผ่าตัดสมอง และผู้อำนวยการ ร.พ.พญาไท 1 ก็เป็นหมอผ่าตัดสมองเช่นเดียวกัน

สังเกตให้ดีว่า หลังจากโรงพยาบาลฟ้องข้าพเจ้าแล้ว ก็มาขอคุยกับข้าพเจ้า (ตลกที่โจทก์มาขอคุยกับจำเลย ทั้งที่ถอนฟ้องเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาขอข้าพเจ้า) ทางพญาไทคงไม่ต้องการให้นำสืบลึกถึงข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาพยายามไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน ต่างคนต่างถอนฟ้องกันไป ท่านพูดว่า “ถ้าเรียกร้องเอาเงินทองศาลไม่ค่อยเห็นสำเร็จ” ในเมื่อศาลต้องการให้เจรจาไกล่เกลี่ย ข้าพเจ้าก็ไม่ดื้อ ยอมคุย แต่เมื่อคุยกัน ฝ่ายโรงพยาบาลต้องการให้ต่างคนต่างถอนฟ้อง คือให้จบกันไปเฉย ๆ โดยไม่แสดงความรับผิดชอบใด ๆ เขาบอกว่าข้าพเจ้าทำให้เขาเสียหาย สุดท้าย ถึงแม้ข้าพเจ้าจะตกเป็นจำเลย แต่ก็ยืนยันให้นำสืบต่อ เพราะทุกคดีที่ฟ้องกันมานั้น ไม่เคยได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีเลย

เรื่องที่ 2. คดีนี้ข้าพเจ้าเป็นฝ่ายชนะ แต่ศาลไม่สั่งให้ฝ่ายร.พ.พญาไท 1 จ่ายค่าทนายให้ฝ่ายข้าพเจ้าเลยแม้แต่บาทเดียว แม้ว่าฝ่ายโรงพยาบาลจะฟ้องข้าพเจ้าสูงถึง 100 ล้านบาทก็ตาม แต่คดีที่ข้าพเจ้าฟ้องโรงพยาบาลเรียกค่าเสียหาย 57 ล้านบาท ศาลสั่งให้ข้าพเจ้า ซึ่งเป็นคนไข้ลูกได้รับความเสียหาย ให้จ่ายค่าทนายให้ฝ่ายร.พ.พญาไท ถึง 1 แสนบาท

เรื่องที่ 3. คดีนี้ ร.พ.พญาไท 1 มีคำร้องขอความคุ้มครองชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษาว่า ขอให้ศาลออกคำสั่งปิดปากข้าพเจ้า (หมายห้าม) ไม่ให้ปากเสียไปพูดเรื่องนี้ต่อสื่อหรือทีไหนอีก และศาลได้ออกคำสั่งปิดปากข้าพเจ้า คดีนี้ยังฎีกาอยู่


การออกคำสั่งปิดปากข้าพเจ้า มีสองครั้ง

ครั้งที่หนึ่ง

ศาลกับทนายความของ ร.พ.พญาไท 1 ไต่สวนคำร้อง และออกคำสั่งปิดปาก (หมายห้าม) ลับหลังข้าพเจ้า โดยข้าพเจ้าไม่รู้เรื่องและไม่ได้ไปศาล แถมหมายห้ามนั้น ก็ไม่ส่งให้ข้าพเจ้าได้รับรู้ (หมายห้ามออกไปแล้ว 1 เดือนเต็ม) ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเขาอาจจะมีความตั้งใจจะแสดงหมาย และจับข้าพเจ้าเข้าคุกทันที ที่ข้าพเจ้าไปพูดเรื่องนี้ที่ไหนอีกหรือไม่

ข้าพเจ้าไปศาลวันนัดชี้สองสถาน ทนายของข้าพเจ้าดูสำนวน ก็ตกใจว่า เขาออกหมายห้ามตั้งนานทำไมเราไม่รู้เรื่อง ข้าพเจ้าก็ไม่ได้รับทั้งหมายนัดเพื่อไต่สวนและหมายห้าม จึงคัดค้านคำสั่ง แต่ศาลท่านหนึ่งบอกว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ข้าพเจ้ากับทนายเห็นว่าไม่ชอบ เพราะหมายนัดที่ควรส่งให้ข้าพเจ้าเพื่อมาไต่สวนยังไม่เคยออกจากศาลเลย คู่สำเนาของหมายนัดในสำนวนก็ไม่มี ทนายฝ่ายโรงพยาบาลแถลงโกหกศาลว่า ได้ส่งหมายนัดให้ข้าพเจ้าแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่มาศาลเอง ข้าพเจ้าแปลกใจว่าศาลท่านนั้น ท่านเชื่อและมองไม่เห็นได้อย่างไร ข้าพเจ้ากับทนายก็คัดค้านอยู่นาน ศาลอีก 2 ท่านก็ช่วย


ในที่สุดศาลท่านแรก ก็ยอมยกเลิกคำสั่งเก่านั้นเสีย
และนัดไต่สวนใหม่


ครั้งที่สอง

เมื่อถึงเวลาไต่สวนใหม่ ศาลก็ออกคำสั่งปิดปากอีก วันนั้นข้าพเจ้าพาลูกกลับบ้านร้องไห้เหมือนคนบ้า คืนนั้น....เราสามคนแม่ลูกกอดกันร้องไห้

ผลของคดี

(ออกคำสั่งปิดปาก)


ศาลชั้นต้น พิพากษา ออกหมายห้าม
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ออกหมายห้าม
ศาลฎีกา รอฟังคำพิพากษา

มีนักกฎหมายหลายท่าน บอกว่าคดีนี้ข้าพเจ้าไม่น่าจะแพ้ เพราะข้าพเจ้าเป็นแม่ของลูก เป็นผู้มีส่วนได้เสีย สามารถพูดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ และการพูดของข้าพเจ้านั้น เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวม พูดได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การที่ศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ออกคำสั่งปิดปากข้าพเจ้านั้น น่าจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าน่าจะชนะในชั้นฎีกา


เรื่องที่ 4. เรื่องที่เกิดขึ้นข้าพเจ้าร้องเรียนต่อ อธิบดีศาลแพ่ง ขอให้ท่านเปลี่ยนผู้พิพากษาให้ แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยน เรื่องเงียบหายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ข้าพเจ้าจึงร้องเรียนไปที่สำนักประธานศาลฎีกา จดหมายเงียบหายไป นาน 5 เดือน ไม่มีการตอบรับ ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ได้ผล จึงร้องเรียนใหม่ต่อหน้าห้องประธานศาลฎีกาโดยตรง และอ้างถึงจดหมายฉบับแรกที่หายไป 5 เดือนด้วย 7 วันต่อมา มีจดหมายตอบรับจากประธานศาลฎีกาว่าได้รับเรื่องข้าพเจ้าแล้ว ที่น่าแปลกคือหลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ก็มีจดหมายตอบรับจากฉบับแรกที่ยื่นไปเมื่อ 5 เดือนก่อน ว่าได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการให้ แต่เรื่องก็เงียบ คนที่เซ็นจดหมายนั้น มีนามสกุลเดียวกันกับกรรมการแพทยสภารายหนึ่ง ชุดที่ข้าพเจ้าฟ้องเขาอยู่ (ข้าพเจ้าเพิ่งถึงบางอ้อ) ไม่แน่ใจว่าท่านทั้งสองเป็นพ่อ-ลูกกันหรือเปล่า

เหตุการณ์ ที่ผ่านมาทั้งหมด
ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกสิ้นหวัง
เศร้าใจ...กับกลไกต่าง ๆ ในบ้านเมือง
เป็นที่พึ่งให้ประชาชนผู้ทุกข์ยากไม่ได้

ไปทางไหน โยนหินถามทาง
เจอแต่ตอ...เจอแต่ทางตัน

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ