• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

บทความ-มุมมองคนไข้ไทยกับ 30 บาทรักษาทุกโรค

ข้าพเจ้าในฐานะคนไข้ที่ได้รับความเสียหายจากทางการแพทย์ คลุกคลีกับผู้เสียหายด้วยกันมาก็มากและหลายปี มองเรื่อง มาตรฐานการักษาของคนไข้ไทยที่ใช้สิทธิ์บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ด้วยความเป็นห่วงชีวิตและสวัสดิภาพของคนไข้ไทย ที่เปรียบไปแล้วเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ อีกทั้งยังห่วงรวมไปถึงสวัสดิภาพของคุณหมอในระบบ 30 บาทเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางปัญหาวิกฤตความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เห็นเป็นรูปธรรม

ข้าพเจ้ามองเรื่องนี้เป็นสองด้าน

1.ด้านบวก
30 บาทรักษาทุกโรค ช่วยให้คนไข้ที่ยากจนได้เข้าถึงการรักษาพยาบาล แม้จะด้อยคุณภาพ แต่ก็ยังดีกว่าแทบเข้าไม่ถึงเลยในอดีต คนไข้เหล่านั้นโชคดีหากเผอิญโรคที่เป็นนั้นไม่ร้ายแรงหนักหนาสาหัสและเผอิญโชคดีไปเจอหมอที่มีมาตรฐานดี (ที่นับวันจะเหลือน้อยในระบบ)

2.ด้านลบ
ปัญหาการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นมีอยู่จริง มีข่าวผู้เสียหายออกมาเรียกร้องหาความเป็นธรรมตามสื่อต่าง ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องรู้ดีถึงปัญหานี้ จึงได้จัดให้มีกองทุนช่วยเหลือเบื้องต้น (ม.41,42) โดยไม่มีการพิสูจน์ถูกผิด (ปกปิดความผิดพลาดไว้ไม่เปิดเผย)

ข้าพเจ้าขอเรียกว่ากองทุนปิดปาก เพราะจำนวนเงินที่เขาเยียวยานั้น เทียบไม่ได้เลยกับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและร่างกายของคนไข้ ถึงแม้จะบอกว่าเยียวยาแล้วก็ไม่ตัดสิทธิ์ในการไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็ตาม เพราะในความเป็นจริงคนไข้สู้คดีกับหมอแทบไม่ได้เลย แถมเสี่ยงกับการถูกตามเช็คบิลฟ้องกลับคนไข้ที่มีมากขึ้นทุกวันอีกด้วย

ทุกวันนี้เป็นที่รับรู้กันว่าบ้านเมืองเรานั้นมี 2 มาตรฐานการรักษา คือมาตรฐานของโรงพยาบาลเอกชน และมาตรฐานของบัตร 30 บาท จึงมีคำถามเกิดขึ้นบ่อย ๆ ว่า

“คณะรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องในการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีกี่ท่านที่ไปใช้บริการบัตร 30 บาท”

ท่านผลักคนไข้ให้เข้าไปรับบริการที่มีมาตรฐานต่ำ ใช้ยาคุณภาพต่ำ เสี่ยงต่อความเสียหายของชีวิตและร่างกาย ขณะที่บางท่านไปกว้านซื้อหุ้นโรงพยาบาลเอกชนเอาไว้ เพื่อเป็นโรงพยาบาลทางเลือก และเรียกค่ารักษาที่ไม่สามารถต่อรองได้ อีกทั้งพยายามจะผลักดันให้ไทยเป็น Medical Hub แ้ล้วดูดบุคคลากรของรัฐออกไปอยู่รพ.เอกชนนำไปรักษาคนต่างชาติ โดยไม่ได้ลงทุนผลิตบุคคลากรเหล่านั้นแม้แต่บาทเดียว ภาษาชาวบ้านเขาเรียก "ชุบมือเปิบ" แล้วทิ้งให้คนไข้ไทยรักษากับหมอโรงพยาบาลรัฐที่งานหนักคนไข้ล้นโรงพยาบาล

ชีวิตคนไข้ไทย..ตาย เจ็บ พิการท่านยังรับผิดชอบแทบไม่ได้ แล้วท่านจะเอาอะไรไปรับผิดชอบชีวิตคนไข้ต่างประเทศ แล้วถ้าเกิดความเสียหายเขาจะพึ่งใคร คนไทยหรือคนต่างชาติก็คือชีวิตและแล้วก็เป็นจริงเมื่อมีฝรั่งต่างชาติเปิดเว็บไซต์ระบายความขมขื่น ประจานโรงพยาบาลระดับ 5 ดาวของไทยไปทั่วโลก นี่คือความจริงที่รัฐบาลจะรับฟังหรือไม่ข้าพเจ้าไม่อาจรู้ได้

ล่าสุดมีแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขเอง เปิดเผยตัวเลขในที่ประชุมว่า คนอเมริกันตายเพราะความผิดพลาดทางการแพทย์ในปี 2543 สูงจนน่าตกใจ คือ 98,000-190,000 คน มากกว่าการตายเพราะอุบัติเหตุทางจราจรเสียอีก ในบ้านเราไม่เคยมีการเปิดเผยสถิติแบบเขา มีแต่จะพยายามปกปิดกันไว้ ก็ใช้วิธีประมาณโดยเอา 4 หารเพราะประชากรเขามากกว่าเรา 4 เท่า ได้ตัวเลขโดยประมาณว่ามีคนไข้ไทยตายเพราะความผิดพลาดทางการแพทย์สูงถึง 25,000-47,500 คนต่อปี (เฉพาะตายยังไม่นับรวมพิการและบาดเจ็บ)

ในความเป็นจริงเมืองไทยเรานั้นคนไข้ล้นโรงพยาบาล หมอตรวจคนไข้บางคนไม่ถึง 5 นาที แล้ววันหนึ่ง ๆ จะมีคนตายโดยไม่สมควรตาย ตายโดยป้องกันได้มากมายแค่ไหนข้าพเจ้าไม่อยากคิดให้ขนหัวลุกว่าวันหนึ่งจะเวียนมาเป็นคนใกล้ตัวเราหรือไม่ ปัญหาเรื่องความผิดพลาดทางการแพทย์ในระบบ 30 บาทที่มีมากขึ้นไม่เว้นแต่ละวันนั้น เป็นเพราะหมอเก่ง ๆ ดี ๆ มีประสบการณ์ ลาออกหนีไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนกันหมด เพราะรายได้ดีกว่า คนไข้น้อยมีเวลาตรวจคนไข้นานกว่า เครื่องมือเครื่องไม้พร้อมกว่า มีเรื่องฟ้องร้องก็มีเจ้านายคอยตั้งทนายเก่ง ๆ ช่วย และถ้าเจ้าของโรงพยาบาลเป็นนักการเมือง หรือเป็นกรรมการแพทยสภาด้วยแล้ว เหมือนมีคนคอยสยายปีกปกป้อง หมอแทบไม่ต้องรับผิดเลย

ดังนั้นหมอที่เหลืออยู่ในระบบ 30 บาทนั้น ส่วนใหญ่คือหมอใช้ทุนที่ขาดประสบการณ์ มักขาดที่ปรึกษาเก่ง ๆ คนไข้เยอะ งานหนัก รายได้ก็น้อย บุคลากร+เครื่องมือเครื่องไม้อุปกรณ์การแพทย์บางโรงพยาบาลก็ไม่พร้อม คุณภาพยาก็ไม่เท่าเทียมกัน ปัญหาการฟ้องร้องก็มากขึ้น แม้จะมีพรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ไว้คอยช่วยหมอก็ตาม

ดังนั้นชีวิตคนไข้ที่ไปใช้บริการบัตร 30 บาทและชีวิตของคุณหมอในโครงการนั้นจะเป็นอย่างไร
ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา


ดูข้อมูลอ้างอิงก่อน
เดี๋ยวจะหาว่าข้าพเจ้าโม้ หรือโง่แล้วอวดฉลาดอีก เข้าไปดูได้ได้ที่http://www.iom.edu หรือเข้าไปใน google search แล้วพิมพ์คำว่า Medicall error เพียงเท่านั้น....ข้อมูลเรื่องความผิดพลาดทางการแพทย์จะปรากฏต่อสายตาท่านอย่างน่าตกตะลึง ท่านจะทราบว่าประเทศที่เจริญแล้วนั้น เขาให้ความสำคัญกับชีวิตคนไข้มากแค่ไหน เขาส่งเสริมให้มีการยอมรับความผิดพลาดและขอโทษคนไข้ และไปเป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก


แต่ถ้าท่านลองพิมพ์..หาคำว่า “ความผิดพลาดทางการแพทย์” แล้วท่านจะผิดหวังเพราะแทบจะไม่มีข้อมูลอะไรให้ท่านค้นหาเลย ในบ้านเรา ไม่ยอมรับผิด ไม่ชดใช้ ไม่ให้สำเนาเวชระเบียนแถมยังมีการขอแก้กฎหมายไม่ให้มีการฟ้องอาญาหมอ

การฟ้องแพ่งก็จะขอให้แก้กฎหมายให้มีเพดานการชดใช้อีก
หาเสียงเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาไม่เคยมีนโยบายว่าจะให้ความเป็นธรรมกับคนไข้ที่เสียหายอย่างไร มีแต่ตั้งทีมทนายช่วยหมอ

ไปกันใหญ่แล้วเสียอะไรยอมได้ แต่เสียหน้านี่ยอมกันไม่ได้เลยหรือท่าน

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ