• บล็อคหนังสือนี้ทำขึ้นเพื่อเป็นวิทยาทาน-หนังสือไม่มีวางจำหน่ายแล้วค่ะ
  • ไม่อยากตกที่นั่งเดียวกับครอบครัวดิฉัน โปรดช่วยกันลงชื่อสนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ได้ที่ลิงค์นี้ www.change.org/injuryact

ผ่าตัดหลายครั้งตั้งแต่ขวบครึ่งถึงสามขวบครึ่ง

ผ่าตัดครั้งที่ 1
เมื่อลูกอายุขวบครึ่ง เราตัดสินใจนำลูกไปผ่าตัดเพื่อยึดข้อสะโพก ให้ติดกับเบ้าที่ ร.พ.พระมงกุฏฯ แต่การผ่าตัดไม่ประสบความสำเร็จ กระดูกหลุดแล้วหลุดอีก ต้องผ่าซ้ำหลายครั้ง ข้าพเจ้าทนเห็นลูก ทุกข์ทรมานไม่ไหว เราพยายามซักถามถึงสาเหตุ ที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้ คุณหมอก็ไม่ตอบไม่บอกอะไรให้เรารู้เลย

ทราบภายหลังว่าคุณหมอท่านนี้ รักษาอยู่ที่ ร.พ.พญาไท 1 ด้วย เราจึงหอบลูกออกจากร.พ.พระมงกุฎฯ นับแต่วันนั้น เราไม่ได้โกรธอาจารย์หมอท่านนั้น ท่านเกษียณราชการออกมาจากพระมงกฎฯ นานแล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปผ่าตัดให้ แต่เราน้อยใจว่าการที่คุณหมอมีความสัมพันธ์กับ ร.พ.พญาไท 1 คุณหมอจึงไม่ให้เราที่เป็นพ่อเป็นแม่เด็ก ได้รับรู้อะไรเลยเกี่ยวกับลูก มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดี

ภายหลังเราทราบว่า ทางแพทยสภามีจดหมายไปขอความเห็น จากท่านในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและได้ทำการรักษาผ่าตัดเด็ก แต่ท่านก็ไม่ให้ความเห็นอะไรเลย จนถึงวันนี้ข้าพเจ้าก็ยังยืนยันว่าไม่เคยโกรธ ท่านแต่เสียใจมาก

ไป ร.พ.ศิริราช
จากนั้นเรารีบพาลูกไปร.พ.ศิริราช คุณหมอยืนยันว่าต้องผ่าเพื่อยึดข้อให้ติดกับเบ้า ความสั้นยาวของขาเด็กจะได้ไม่ต่างกันมากนัก ขาคนเราจะยาวได้ ต้องมีเบ้าให้กระแทก แต่ขณะนั้นสภาพจิตใจของเราสองคนแม่ลูกบอบช้ำ เกินกว่าจะรับสภาพความเจ็บป่วยได้ ลูกเห็นใครใส่ชุดเหมือนหมอจะกลัวจนตัวสั่น คุณหมอจึงให้เราสองคนแม่ลูกคุยกับจิตแพทย์

จิตแพทย์บอกว่าอีกหนึ่งปีค่อยผ่าตัด

ดังนั้นช่วงพักแห่งชีวิต เราจึงตระเวนพาลูกเที่ยว เที่ยวอย่างไม่เสียดายเงินทอง ให้ลูกได้ลืมความเจ็บปวด ข้าพเจ้าเองก็เช่นกัน อาศัยกาลเวลาช่วยรักษาสภาพจิตใจให้ดีขึ้น เราพยายามไม่พูดถึงเรื่องอดีต ลูกบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเมื่อพบกับความสุขสนุกสนาน เพียง 1 ปี ลูกก็ลืมความเจ็บปวดในอดีตได้ แต่ป๊ากับแม่เราสองคนทุกข์หนัก เพราะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่สภาพจิตใจลูกดีขึ้น นั่นหมายถึงวันเวลาของความเจ็บปวดของลูกใกล้เข้ามาถึงอีกแล้ว

ผ่าตัดครั้งที่สอง

เมื่อลูกอายุ 3 ขวบครึ่ง เราพาลูกไปผ่าตัดที่ ร.พ.ศิริราช การผ่าตัดสามารถยึดกระดูกให้ติดกับเบ้าสะโพกได้ แต่ก็เป็นเพียงการประคับประคองไม่ให้ความสั้นยาวของขาต่างกันมากเท่านั้น หมอบอกว่าหลังจากอายุ 20 ปี ไปแล้ว น้องเซ้นต์ต้องผ่าตัดใส่ข้อและเบ้าสะโพกเทียม และต้องผ่าเปลี่ยนอีกทุก 10 ปี ต้องมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกมากมาย

ยามส่งลูกเข้าห้องผ่าตัด ลูกตัวสั่นร้อง ”แม่จ๋าไม่เอา ไม่เอา เจ็บ ไม่ดื้อแล้ว”
ห้วใจป๊ากับแม่ แทบสลาย
แต่ต้องทั้งทุกข์..ทั้งทน อยากให้ลูกดีขึ้นไม่เอาแล้ว...
เซ้นต์เจ็บ เอาออก กลัวแล้ว เซ้นต์ไม่ดื้อแล้ว
ลูกจ๋า แม่อยากเจ็บ อยากปวด ทแทนลูกเสียเอง แต่แม่ก็ไม่เคยทำได้


เราสองคนผัวเมียนั่งสวดมนต์หน้าห้องผ่าตัด ข้าวปลาไม่ยอมกินจนกว่าลูกจะออกมา
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรตามราวีเราแค่นี้เถิด
พอเถอะขอให้ลูกเจ็บปวดเท่านี้เถอะ
แม่ทนแทบไม่ไหวแล้ว สงสารลูกเหลือเกินครั้งสองครั้งก็พอทน แต่นี่ลูกต้องผ่าทุก 10 ปี ถ้าแม่ตายไปใครจะดูแลเซ้นต์ล่ะลูก แม่วิตกกังวลใจอยู่ตลอดเวลา

ชีวิตน้องเซ้นต์ วนเวียนอยู่สองที่ คือบ้านกับโรงพยาบาล ไม่เคยได้วิ่งเล่นซุกซนอย่างมีความสุขเหมือนเด็กอื่น ไม่มีพัฒนาการทางอารมณ์ที่เป็นปกติ ลูกเติบโตมากับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานหวาดกลัว วิตกกังวล ระแวงว่าใครจะมาทำให้ต้องเจ็บปวดอีก

ความขี้หงุดหงิดที่ติดตัวลูกมา ทั้งหมดทั้งปวงนั้นเป็นภาระที่หนักอึ้งที่ข้าพเจ้าต้องแบกรับไว้ทั้งหมด อดทนชดเชยแก้ไขทดแทนสิ่งดี ๆ เข้าไปในจิตใจลูก พยายามทุ่มเทความรักความอบอุ่นให้ลูกไม่ขาด อยากให้ลูกลืมความทุกข์ทรมานความเจ็บปวดที่เคยมี อยากให้ลูกรู้สึกว่าท่ามกลางความเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่านั้นลูกยังมีแม่อยู่ใกล้ ๆ ขณะที่แม่เองก็เอาตัวแทบไม่รอด

No comments:

วันฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งแรก (ศาลยกฟ้องหมดอายุความ)

วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีฟ้องรพ.พญาไท 1 ครั้งที่สอง ศาลพิพากษาว่าหมดอายุความและฟ้องซ้ำ